สอนว่ายน้ำให้เยาวชนช่วยตนเองได้จากการจมน้ำด้วยวิธีง่ายๆ


สวัสดีชาวโลก – -‘


Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

ประวัติความเป็นมาของกีฬาว่ายน้ำ


ความเป็นมาของการว่ายน้ำ

 

                        รวมกฎ กติกา และพื้นฐานการเล่น ว่ายน้ำของ บริษัทสกายบุ๊กส์ ได้กล่าวถึงประโยชน์ของการเล่นกีฬาว่ายน้ำไว้ดังนี้[1]   ว่ายน้ำเป็นกีฬาที่รู้จักมาแต่สมัยโบราณการว่ายน้ำยุคก่อนๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่ตั้งถิ่นฐานตามชายฝั่งทะเล แม่น้ำที่ราบลุ่มต่างๆ เช่นพวกแอสซีเรีย อียิปต์ กรีก และโรมันได้มีการฝึกว่ายน้ำแล้ว    โดยประวัติศาสตร์ระบุว่า การว่ายน้ำในสมัยก่อนคริสตกาลเป็นการเรียนรู้เพื่อหลบหลีกภัยอันตรายต่างๆ เท่านั้น  เช่น ในสงครามยุคเรือใบได้กล่าวถึงทหารที่หลบหนีข้าศึกโดยการว่ายน้ำขึ้นฝั่งด้วยท่าว่ายน้ำด้วยท่าอิสระเรียกว่า ฟรีสไตล์ (Free style) คือไม่มีท่าทางแน่นอน แต่เพื่อการพยุงตัวอยู่ในน้ำให้ได้นานที่สุดนั้นเป็นการเรียนรู้เพื่อหลบหลีกเอาตัวรอดจากภัยอันตรายต่างๆ เช่นจากเรือล่ม หรืออับปางในทะเล  การว่ายน้ำสมัยก่อนนั้น เป็นการว่ายท่าอิสระไม่จำกัดแบบ (Free style)     จะว่ายน้ำท่าใดก็ได้ตามถนัดให้ลอยอยู่ในน้ำได้นานๆ   และพาตัวเองไปข้างหน้าได้ มนุษย์เรียนรู้การว่ายน้ำโดยวิธีธรรมชาติ แบบการว่ายน้ำนั้นไม่มีอยู่ในระบบจะว่ายท่ากบก็ไม่ใช่   หรือจะเป็นการกระทุ่มไปข้างๆ ก็ไม่เชิง    เพียงพยุงตัวเองให้ลอยน้ำแล้วเท้าทั้งสองถีบน้ำขึ้นลง   มือทั้งสองก็พุ้ยน้ำคล้ายสุนัขตกน้ำ  หลักฐานอื่นๆ เกี่ยวกับการว่ายน้ำ คือภาพแกะสลักที่ค้นพบในเมืองปอมเปอี เป็นภาพการว่ายน้ำแบบกรรเชียงข้างซึ่งแสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถว่ายน้ำได้ ตั้งแต่ อดีตกาล  ส่วนมากจะเป็นการว่ายน้ำโดยการถีบเท้าขึ้นลงใต้น้ำ มือทั้งสองพุ้ยน้ำออกไปข้างๆ ต่อมานาย Raph Thomas เป็นผู้ให้ชื่อการว่ายแบบนี้ว่า  “Human stroke”     หรือเรียกอีกอย่างว่า   “Dog paddle”  ซึ่งเป็นการว่ายน้ำแบบสุนัขตกน้ำ

ว่ายน้ำนับว่าเป็นกิจกรรม  ที่นิยมขึ้นหน้าขึ้นตาระหว่างชนชั้นต่างๆ    ของชาวกรีกเรียกว่าเป็นอุปนิสัยประจำชาติ ต่อมากรีกได้บรรจุกีฬาว่ายน้ำไว้ในระดับชาติ เช่นเดียวกับกีฬาประเภทอื่นๆ   พฤติกรรมทำนองนี้ชาวพื้นเมืองของเม็กซิกันก็นิยมว่ายน้ำกันมาก   ได้นำวิธีการแบบนี้ไปเผยแพร่ตามหัวเมืองชายทะเล  มีการจัดการแข่งขันระหว่าง พระในสำนักวาติกันโดยขนานนาม   ผู้ชนะการแข่งขันในครั้งนั้นว่า  “เทพเจ้าแห่งนาวี”    เชื่อกันว่า  การแข่งขันว่ายน้ำครั้งแรกได้จัดการแข่งขันที่(Woolwich Baths)   ใกล้กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเมื่อ  ปี ค.ศ.1873    การแข่งขันในครั้งนี้จัดเพียงแบบเดียวคือ ฟรีสไตล์ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะว่ายแบบใดก็ได้ให้เร็วที่สุดการแข่งขันครั้งนี้   J.Trudgen   ได้รับชัยชนะอย่างงดงาม โดยที่เขาว่ายน้ำแบบเดียวกับพวกอินเดียแดงในอเมริกาใต้ เนื่องจากเขาได้เห็นพวกอินเดียแดงว่ายน้ำแบบนั้นจึงได้นำมาว่ายบ้าง  จึงได้ซื่อว่าเป็นผู้นำเผยแพร่  วิธีการว่ายน้ำแบบที่ยกแขนขึ้นไปเหนือน้ำในการจ้วงพุ้ยน้ำ   หลังจากได้รับชัยชนะมาแล้ว   ชาวยุโรปมีความสนใจกันมาก  และหัดว่ายตามแบบโดยใช้ชื่อว่า Indian Stroke, Trudgen Stroke หรือ Trudgen Crawl ประชาชนทั่วโลกเริ่มสนใจและกระตือรือร้น ที่จะว่ายน้ำมากขึ้นเมื่อเรือเอก Matthew Webb  ได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษจากเมือง Dover ถึง Calais เมื่อวันที่ 24-25 สิงหาคม ค.ศ.1875 โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 21 ชั่วโมง 45 นาที     ข่าวความสำเร็จในครั้งนี้ได้แพร่กระจายยังความตื่นเต้นไปทั่วโลก เรือเอก Webb ได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบด้วยแบบกบ (Breast Stroke)  ต่อมาเด็กสาวชาวอเมริกันชื่อ  Gertrude Ederle   ได้ว่ายน้ำข้ามช่องแคบอังกฤษอีก เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ค.ศ.1926 โดยทำเวลาได้ 14 ชั่วโมง 31 นาที  โดยว่ายแบบ   Crawl Stroke     ซึ่งเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลา  50 ปี ว่ายน้ำได้พัฒนาความก้าวหน้ามากขึ้นในเรื่องความเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาว Lancashire และ Australia ได้ดัดแปลงวิธีการว่ายน้ำแบบ  Trudgen  Stroke เพื่อให้เกิดความเร็วยิ่งขึ้น  เช่น  การใช้ขาเตะสลับขึ้นลงแบบกรรไกร โดยกางขาให้มากขึ้นไม่งอเข่ามากเช่นแต่ก่อน     ซึ่งผู้นำวิธีการว่ายน้ำแบบนี้ไปใช้ และได้ผลก็คือ Taylor ผู้ครองสถิติโลกเมื่อปี ค.ศ.1926-1908 Bare Kierany ชาวออสเตรเลีย และBattersby ชาวอังกฤษต่อมาการว่ายน้ำแบบ Crawl Stroke ก็ได้เริ่มขึ้นโดย Alex Wickham เป็นชาวเกาะโซโลมอน อาศัยอยู่ที่ซิดนีย์ประเทศออสเตรเลีย เป็นผู้ครองสถิติโลกในการว่ายน้ำแบบฟรีสไตล์ อยู่เป็นเวลานาน ในระยะทาง 50 หลา เขาได้ว่ายน้ำแบบ Crawl Stroke และ Alex Wickham ได้กล่าวว่าเด็กชาวเกาะโซโลมอนทุกคนว่ายน้ำในแบบนี้ทั้งนั้น หลังจากนั้นต่อมาการว่ายน้ำแบบฟรีสไตล์ก็ได้เป็นที่นิยมแพร่หลายฝึกหัดกันโดยทั่วไป Dick Cavill   ชาวออสเตรเลีย อีกคนหนึ่งที่ได้ปรับปรุงวิธีการว่ายน้ำแบบ Crawl Stoke และ Wickham จนได้รับผลสำเร็จและได้ครองสถิติโลกในระยะทาง 100 หลาโดยทำเวลา ได้ 55 วินาที    หลังจากนั้นการว่ายน้ำแบบ Crawl Stroke ก็ได้รับความนิยมแพร่หลาย ทั่วโลกศตวรรษที่19  ว่ายน้ำได้มีการพัฒนาความก้าวหน้าไปอย่างไม่น่าเชื่อ    ในประเทศอังกฤษว่ายน้ำเริ่มมีบทบาท รวมกันเป็นสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศอังกฤษ  และเริ่มรับสโมสรสมาชิกที่มีสระว่ายน้ำเป็นของตนเองไว้ในโอกาสแรก    (ในปี 1844 ประเทศอังกฤษมีเพียง 6 สระ เท่านั้น) ช่วงระยะเวลาเดียวกันชาวยุโรปกลับไปนิยมว่ายน้ำประเภทกบโดยการสังเกตจากการว่ายของกบแล้วนำไปเลียนแบบด้วยการกระเดือกตัวหรือคืบตัวไปทางด้านข้างเพราะไม่ค่อย รู้สึกเหนื่อยแต่ไปได้ช้า และมีความเร็วต่ำมาก      ในปี 1902 ริชาร์ด ดาวิลล์ ชาวอังกฤษสามารถว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ 100 หลา  ด้วยเวลา 58.6 วินาทีนับเป็นเวลาที่เร็วมาก (100 เมตร ประมาณ 1.45 นาที)     ทำให้เขาได้รับฉายาในการว่ายน้ำท่านี้ว่าปรู๊ดปราด เหมือนงูเลื้อย       ได้มีคนเลียนแบบการว่ายน้ำท่านี้ ในที่สุดได้เรียกชื่อการว่ายน้ำในท่านี้ว่า ฟรีสไตล์ จนถึงปัจจุบันนี้ ต่อมา ชาร์ล เอม ดาเนียล ได้ประยุกต์การใช้แขนและขาสลับกันกันอัตราส่วน 1 ต่อ 3     และพยายามเปลี่ยนระบบการหายใจออกเป็นจังหวะในขณะใช้แขนจ้วงลงน้ำ และเริ่มหายใจเข้าขณะที่ยกแขนข้างนั้นสูงขึ้น สไตล์การว่ายน้ำแบบนี้ ดาเนียลเรียกชื่อว่า อเมริกันคลอว์ล  ต่อมาเขาได้ลงแข่งขันว่ายน้ำในกีฬาโอลิมปิก ปี ค.ศ.1910 ได้แชมป์ถึง 3 รายการ และสามารถทำสถิติโลกในระยะทาง 100 หลา ด้วยเวลาเพียง 45.8 วินาที ในปี 1924 ได้มีการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในกีฬาโอลิมปิกที่กรุง   ปารีส นักว่ายน้ำชาวอเมริกันชื่อ จอนห์นี ไวสมูลเลอร์ได้ทำสถิติโลกขึ้นใหม่ในระยะทาง 100 เมตร ด้วยเวลา 59.0 วินาที      สามารถทำเหรียญทองว่ายน้ำประเภทอื่นๆ อีก 2 เหรียญ  ในปี 1964    ดอน ชอลแลนเดอร์  จากสหรัฐอเมริกาได้ลงแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่18 ที่กรุงโตเกียวได้นำวิธีการว่ายของจอนห์นี ไวมูลเลอร์ มาทั้งหมดไม่มีการดัดแปลงและสามารถคว้าเหรียญทองมาถึง 4 เหรียญจากการว่ายน้ำฟรีสไตล์ 100, 200,400 เมตรโดยลบสถิติ  ทั้งหมดทุกระยะที่ตนเองลงแข่งขัน

                การแข่งขันโอลิมปิกยุคต้นๆ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 ประเทศเจ้าภาพเริ่มบรรจุการว่ายน้ำท่ากรรเชียงระยะทาง 100 หลาด้วย โดยแยกเป็นท่าว่ายอีกประเภทหนึ่ง แตกต่างจากการ แข่งขัน ประเภทฟรีสไตล์ และต่อมาก็ได้บรรจุท่าว่ายกบเข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิกด้วยสำหรับการแข่งขันประเภทหญิง ได้เริ่มบรรจุเข้าเริ่มแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเป็นครั้งแรกในปี  ค.ศ. 1912 เพิ่มประเภท  การว่ายน้ำ และระยะทางในแบบต่างๆ เช่นเดียวกับการว่ายของประเภทชาย ปี ค.ศ.1930 ได้บรรจุการแข่งขันว่ายน้ำแบบกบเป็นแบบสากล โดยเป็นการทดลองดูก่อนที่จะแข่งขันโอลิมปิก ปรากฏว่ากบฝรั่งสู้กบญี่ปุ่นไม่ได้ เพราะนักว่ายน้ำญี่ปุ่นเป็นนักดำน้ำสามารถว่ายใต้น้ำได้รวดเร็วมาก และ   ดำได้ครั้งหนึ่งเป็นระยะทางไกลมากเกินกว่า 50 หลา ต่อมาได้มีกติกาห้ามดำน้ำขึ้น เพื่อเป็นการ ป้องกันการดำน้ำหรือการว่ายใต้น้ำของญี่ปุ่น แต่โค้ชญี่ปุ่นก็ไม่ย่อท้อ คิดการว่ายน้ำแบบผีเสื้อขึ้นมาใหม่ทดแทนการดำน้ำเพระกติกาการว่ายน้ำแบบกบสมัยนั้นเขียนว่า ห้ามดำเพื่อเป็นการเลี่ยงกฎอย่างดื้อๆ และสามารถลบสถิติไปในที่สุดทำให้อเมริกันเอาอย่างบ้าง โดยการคิดค้นท่าว่ายใหม่  โดยการเตะเท้าคล้ายๆ ปลาโลมาสะบัดหางขึ้นแทนการว่ายน้ำแบบผีเสื้อเตะขากบของชาวญี่ปุ่น และสามารถลบสถิติได้เหมือนกัน

                    

ประวัติว่ายน้ำสากล  สหพันธ์กีฬาว่ายน้ำระหว่างประเทศ (FINA)

    (Federation International De Natation Amateur)

 

                        สหพันธ์กีฬาว่ายน้ำระหว่างประเทศหรือเรียกว่า   “สหพันธ์ว่ายน้ำโลก”   มีชื่อเรียก ย่อๆ เป็นภาษาอังกฤษว่า “FINA”  ได้กำเนิดขึ้นในปี ค.ค.1908 ประเทศอังกฤษเป็นผู้ริเริ่มและมีบทบาทมากในการก่อตั้งสหพันธ์นี้ขึ้น มีประเทศสมาชิกที่ให้การสนับสนุนหลายประเทศ  เช่น  กรีซ  สหรัฐอเมริกา  ฮังการี ฝรั่งเศส เยอรมัน ฮอลแลนด์ เมกซิโก ฯลฯ    หลังจากก่อตั้งสหพันธ์ขึ้นแล้ว สมาชิกจากประเทศต่าง ๆ ก็ได้แต่งตั้งนาย จี.ดับบลิว ฮีน (G.W.Hean)  ผู้แทนสโมสรว่ายน้ำของอังกฤษ เป็นเลขาธิการและเหรัญญิกของสหพันธ์ ฯ  เป็นเวลาถึง 16 ปี โดยไม่มีประธานสหพันธ์จนกระทั่งในปี   ค.ศ. 1924 ที่ประชุมจึงได้เลือก นายอีริก เบิกวอลล์ (Erik Beagvall) ชาวสวีเดน     เป็นประธานสหพันธ์คนแรก  ประธานได้เลือกเลขาธิการและเหรัญญิกคนเดิมต่อไปอีก 4 ปีจึงได้มีการเลือกตั้งใหม่ในปี ค.ศ. 1928   ซึ่งประเทศฝรั่งเศสได้เป็นประธานสหพันธ์การเลือกตั้งมีทุก ๆ     4 ปี ตำแหน่งประธานสหพันธ์ก็เปลี่ยนไปตามประเทศสมาชิกต่าง ๆ

 

ประวัติกีฬาว่ายน้ำในประเทศไทย    สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย

 

                ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำระหว่างประเทศในเดือน   พฤศจิกายน พ.ศ.2501  โดย น.อ.สุรพล แสงโชติ ทูตทหารเรือในฝรั่งเศสได้เป็นผู้ติดต่อไปยัง      นาย บี.ซัลล์ฟอร์ส (B.Sallfors) ซึ่งเป็นเลขาธิการประจำอยู่ที่ประเทศสวีเดน  และได้รับอนุมัติ        ให้เป็นสมาชิกอย่างถูกต้องในเดือนเมษายน 2502  สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย          ได้ริเริ่มก่อตั้งขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ.2500 โดย พล ร.ต.สวัสดิ์ ภูติอนันต์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ และได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารตามตำแหน่ง ดังนี้ พลเรือตรี สวัสดิ์ ภูติอนันต์ รน. เป็น         นายกสมาคม   คณะกรรมการได้เสนอเรื่องขออนุมัติ ก่อตั้งสมาคมไปยังกรมตำรวจและกระทรวงวัฒนธรรมในสมัยนั้น และได้รับอนุมัติให้เป็นสมาคมกีฬาว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย         ในปี พ.ศ. 2502

ประโยชน์ของการว่ายน้ำ


 ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ

          วีระ  มนัสวานิช  เรียบเรียงประโยชน์ของการว่ายน้ำไว้ดังต่อไปนี้ คือ[1][2]

          ประโยชน์ของการว่ายน้ำทำให้เกิดความปลอดภัยแล้วการว่ายน้ำเป็นกิจกรรมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ สนุกสนานเหมาะสมสำหรับสมาชิกทุกคนซึ่งมีด้านต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ 

           1.  ด้านสรีรศาสตร์(Physiological ) ช่วยพัฒนาสุขภาพร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ ปอด หัวใจ และระบบต่าง ๆ  ได้บริหาร เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ รักษาความแข็งแรงมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น 

           2.     ด้านนันทนาการ(Recreation ) ช่วยบุคคลในการใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์ทำให้สนุกสนาน เกิดคุณค่า 

           3.     ด้านสังคม (Social )  ให้คุณค่าที่ดีแก่เยาวชนบุคคล สมาชิกในครอบครัวได้    พักผ่อนอย่างมีความสุข สนุกสนานร่วมกัน ประชาชนทุกวัยได้สมาคมกันช่วยเหลือกัน 

          4.     ด้านความปลอดภัย (Safety )  สามารถที่จะช่วยตัวเองให้เกิดความปลอดภัยได้   ทุกคนควรฝึกว่ายน้ำให้เป็น และเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือตนเองและบุคคลอื่น 

          5.  ด้านกิจกรรมพิเศษ (Special ) ช่วยบำบัดจิตใจ และร่างกายให้กับบุคคลที่       ไม่สมบูรณ์ทางกาย เช่น ตาบอด  อัมพาต  เป็นง่อย  พิการ และคนที่บาดเจ็บที่จะต้องใช้การว่ายน้ำเข้าช่วยเหลือแก้ไข  เพื่อฟื้นฟูสภาพผิดปกติเหล่านั้นให้กลับสู่สภาพที่ดีขึ้น 

          6.  ด้านการแข่งขัน ( Competitive )  ว่ายน้ำจะมีการแข่งขันกันเพื่อเปรียบเทียบทักษะระหว่างสมาชิกด้วยกัน มีความรู้สึกว่ามีความสนุกสนานเพลิดเพลินเกิดแรงจูงใจ ที่จะนำไป  สู่การเข้าร่วมการแข่งขันในรายการต่างๆ 

          7.   ด้านสติปัญญาของมนุษย์ และพัฒนาขึ้นเมื่อได้มีการเรียนรู้ หรือมีประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านเข้ามา และมนุษย์ได้ใช้ความคิดในการวินิจวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาทักษะให้ดีขึ้น ว่ายน้ำเป็นกีฬาที่ต้องอาศัย ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะหลายๆอย่างประกอบกัน

          8.   ด้านอารมณ์ ทำให้สนุกสนานเพลิดเพลิน  ในขณะว่ายน้ำก็ทำให้ผู้เล่นมีสมาธิอยู่กับการเคลื่อนไหวในน้ำ ทำให้สบายใจ หากว่ายน้ำเป็นระยะเวลานาน จนร่างกายมีสมรรถภาพดีแล้ว ก็ทำให้อารมณ์มั่นคงไปด้วย 

          9.   ด้านชื่อเสียงของบุคคล และประเทศชาติ  จะเห็นได้ว่านักว่ายน้ำที่มีความสามารถจะเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย และได้รับการยกย่องจากบุคคลอื่นๆ และ ถ้าสามารถเอาชนะ  ในการแข่งขันระดับสำคัญๆ ของการแข่งขันระหว่างชาติได้ก็ยิ่งสร้างชื่อเสียงของตนเองและวงศ์ตระกูล ประเทศชาติได้รับการยกย่องจากประเทศอื่นๆ

         10.   ด้านวิชาชีพนักว่ายน้ำที่มีชื่อเสียงจากการแข่งขันระดับสำคัญระหว่างชาติ จะมีสโมสรต่างๆ มาจองตัวเพื่อเป็นนักกีฬาของตน  นักว่ายน้ำ สามารถทำรายได้มาสู่ตนเอง และครอบครัว  สามารถเลือกที่จะทำหน้าที่ผู้ฝึกสอน ผู้สอน  อาจจะทำในลักษณะงานพิเศษ หรืองานประจำได้

 

สุขปฏิบัติ ระเบียบข้อบังคับ และความปลอดภัย

ด้านสุขปฏิบัติในการว่ายน้ำ และการใช้สระว่ายน้ำ

           สุขปฏิบัติ เป็นข้อควรปฏิบัติเพื่อสุขภาพของผู้มาใช้บริการ เป็นประโยชน์ต่อ สุขภาพร่างกาย มีผลต่อสภาพร่างกายในระยะยาวในทางที่ส่งเสริมสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นเป็นข้อควรรู้และนำไปปฏิบัติให้เกิดสุขลักษณะ นิสัย และมารยาทในสังคม มิใช่เป็นการบังคับ  เมื่อผู้มาใช้บริการไม่ปฏิบัติก็ไม่มีใครว่ากล่าวลงโทษ แต่จะแสดงถึงความบกพร่องด้านจรรยา มารยาทเท่านั้น

           วาสนา  คุณาอภิสิทธิ์  เรียบเรียงวิธีการปฏิบัติตามหลักสุขปฏิบัติ ไว้ ดังนี้3

           1.   ห้ามนำสัตว์ทุกชนิดเข้ามาในบริเวณสระว่ายน้ำ

           2.   ไม่ว่ายน้ำขณะที่ป่วยหรือมีเชื้อโรคที่อาจติดต่อได้

           3.   ห้ามนำของมารับประทานหรือดื่มในบริเวณสระว่ายน้ำ

           4.    ก่อนออกไปจากสระให้อาบน้ำฟอกสบู่ สระผมให้สะอาด

           5.    ต้องทำความสะอาดร่างกาย ก่อน และหลังการว่ายน้ำทุกครั้ง 

           6.    ต้องล้างเท้าด้วยน้ำยาเคมีก่อนเข้าสระและลงสระว่ายน้ำทุกครั้ง

           7.   ไม่ทำให้สระว่ายน้ำสกปรก ต้องอาบน้ำสระผมก่อนลงทุกครั้ง 

           8.    ก่อนเข้าสระว่ายน้ำเก็บรองเท้าไว้ในที่ซึ่งทางสระว่ายน้ำจัดไว้ให้

           9.    ไม่บ้วนน้ำลาย  เสมหะ  สั่งน้ำมูก ลงในสระน้ำหรือบริเวณพื้นสระ

          10.  บริเวณสระว่ายน้ำ ไม่อนุญาตให้สวมรองเท้า นอกจากมีรองเท้าประจำสระ

          11.  อุณหภูมิน้ำในสระปกติที่เหมาะสมอยู่ในระดับอุณหภูมิ  27 องศาเซนเซียส  สำหรับเด็กอยู่ในระดับ 29 องศาเซนเซียส และเหมาะสำหรับทุกคนอยู่ในระดับ 31 องศาเซนเซียส

 

ระเบียบข้อบังคับในการใช้สระว่ายน้ำ

 

ระเบียบ ข้อบังคับเป็นข้อปฏิบัติที่ผู้ใช้บริการพึงปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เป็นที่น่ารังเกียจต่อสังคม หรือบุคคลรอบข้าง และป้องกันอันตรายต่างๆ อันจะทำให้ถึงอันตรายถึงชีวิต เพื่อป้องกันเหตุอันก่อให้เกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้น ควรติดป้ายระเบียบข้อบังคับไว้ภายในสระเพื่อให้ผู้ใช้บริการทราบ และยึดถือเป็นข้อปฏิบัติทั่วกัน  โดยมากสระที่เกิดปัญหาคือสระที่ไม่มีระเบียบแสดงไว้ให้ผู้ใช้บริการพบเห็น

หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมพลศึกษาได้เรียบเรียงระเบียบข้อบังคับไว้ดังนี้  คือ 4

            1.   ระวังอย่าว่ายน้ำใกล้ที่กระโดด

            2.   ห้ามอาเจียนในบริเวณสระว่ายน้ำ

            3.   ห้ามทำความสกปรกในบริเวณสระน้ำ

            4.   ห้ามว่ายน้ำขณะที่ฝนตกหรือฟ้าคะนอง

5.   ห้ามเคี้ยวอาหาร หรือหมากฝรั่งเวลาว่ายน้ำ

            6.   ห้ามปัสสาวะอุจจาระลงในสระน้ำโดยเด็ดขาด 

            7.   ห้ามผู้เรียนว่ายน้ำ ลงน้ำก่อนมีครูฝึกหรือผู้ดูแล

            8.   ผู้สอนต้องตรวจสอบจำนวนผู้เรียนว่ายน้ำทุกครั้ง

            9.   ไม่ควรแช่อยู่ในน้ำเมื่อรู้สึกว่าตัวเองเหนื่อยมากแล้ว

           10.   ห้ามลงสระน้ำเพียงคนเดียว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

           11.   ห้ามลงน้ำทันที  หลังจากรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ

           12.   ห้ามวิ่งไล่กันรอบบริเวณสระ  หรือแกล้งผลักกันตกน้ำ

           13.   ควรรักษามารยาทที่ดีงามไม่ก่อความรำคาญให้กับผู้อื่น

           14.   ห้ามกระทำการสิ่งใดที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายและผู้อื่น

           15.   ควร ตัดเล็บมือและเล็บเท้าให้สั้น หรือทำความสะอาดเล็บ

           16.   ต้องเชื่อฟังผู้ควบคุมดูแลความปลอดภัย ประจำสระว่ายน้ำ

           18.   ห้ามว่ายน้ำตัดทางคนอื่น  อาจจะชนและก่อให้เกิดอันตรายได้

           19.   ถ้าเป็นโรคที่สังคมรังเกียจต้องรักษาให้หายก่อนจึงจะลงสระน้ำ

           20.   ห้ามกระโดดเอาศีรษะลงน้ำ ก่อนที่จะสำรวจดูความลึกของน้ำก่อน 

           21.  ต้องเชื่อฟังกฎ ระเบียบ ของการใช้อุปกรณ์ในการว่ายน้ำโดยเคร่งครัด 

           22.   ห้ามทาน้ำมันหรือลักษณะคล้ายน้ำมันทุกชนิดตามร่างกายก่อนลงสระ

           23.   ผู้ฝึกควรอยู่บริเวณขอบสระ ต้องรู้วิธีปฐมพยาบาล และที่เก็บเครื่องมือ

           24.   สระตื้นลึกต่างระดับ ผู้ที่ว่ายน้ำยังไม่แข็ง ควรว่ายจากที่ ลึกเข้าไปหาที่ตื้น 

           25.   ห้ามกระทำการสิ่งใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของสระว่ายน้ำ

 

 

                                                                                                                            ความปลอดภัยในการใช้สระว่ายน้ำ

 

               ในการใช้สระว่ายน้ำในการเรียนการสอน และเพื่อการพักผ่อนแล้ว นอกจาก สุขปฏิบัติ และระเบียบเพื่อความปลอดภัยยังไม่เพียงพอสำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยจาก กิจกรรมที่จัดขึ้นภายในสระว่ายน้ำควรจำเป็นต้องยึดหลักความปลอดภัยสำหรับเป็นคู่มือ ครู ครูฝึก และผู้เกี่ยวข้องไว้เพื่อเป็นหลักในการดำเนินกิจกรรมด้วยความสบายใจ และปลอดภัย วีระ  มนัสวานิช  เรียบเรียงหลักความปลอดภัย การใช้สระว่ายน้ำดังนี้  คือ 5

                ความปลอดภัยในการว่ายน้ำ (Safety  in Swimming)     รักษาชีวิตตนเองให้ปลอดภัยจากน้ำ     กิจกรรมการออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างครบถ้วน อวัยวะทุกส่วนได้เคลื่อนไหวเป็นการเพิ่มพูนสมรรถภาพทางกาย    กล้ามเนื้อปอดหัวใจได้รับประโยชน์กว่ากีฬาประเภทอื่น สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทั้งครอบครัว ถ้าผู้เล่นไม่ระมัดระวัง ไม่ปฏิบัติตาม กฎของสระว่ายน้ำอาจได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายถึงกับชีวิต   ควรศึกษาทำความเข้าใจกับ กฎระเบียบข้อควรปฏิบัติ ของการใช้สระว่ายน้ำให้เข้าใจเสียก่อน (Safety  First)จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากการใช้สระว่ายน้ำได้ ต้องพิจารณาในสิ่งต่อไปนี้  คือ  ก่อนว่ายน้ำต้องสำรวจตัวเองก่อน  มีโรคประจำตัวหรือไม่  มีความสามารถทางน้ำเป็นอย่างไร ลอยตัวหรือว่ายน้ำเป็นหรือไม่ มีความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำบ้างหรือไม่  ความสะอาดอาบน้ำรักษาความสะอาดของส่วนรวม เป็นการปรับอุณหภูมิร่างกายด้วย ห้องน้ำที่อาบ น้ำในสระใสสะอาดหรือไม่ มองเห็นก้นสระหรือเปล่าเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์  ตรวจดูสระ ก่อนว่า น้ำลึกเท่าไร น้ำ ตื้นอยู่ด้านใด  เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตมีหรือไม่  ปฏิบัติหน้าที่อยู่หรือเปล่า  เอาใจใส่หรือไม่  อุปกรณ์มีอยู่ตรงไหนบ้างง่ายต่อการหยิบมาใช้หรือไม่

             การป้องกัน ระแวดระวังภัยไว้ก่อนไม่ใช่เรื่องเสียหาย กลับจะมีประโยชน์ ต่อ ชีวิตของผู้ออกกำลังกายโดยการว่ายน้ำเอง เพราะน้ำมีคุณและโทษ หากเรารู้หลักการดังกล่าวย่อมทำให้เราได้รับประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว

 


 

 

 

 

ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ


 

                

หลักของความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุ จากแหล่งน้ำ และการโดยสารทางน้ำ

 

             กิจกรรมทางน้ำมิได้จำกัดอยู่แต่ในบริเวณสระว่ายน้ำที่เดียวเท่านั้นยังมี สถานที่ในการประกอบกิจกรรมทางน้ำอีกหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นชายทะเล  บึงใหญ่ หรือแม่น้ำ หรือ บริเวณ น้ำตก ตลอดจนการเดินทางทางน้ำ ผู้ศึกษาการว่ายน้ำควร มีหลักยึดในการประกอบกิจกรรมเพื่อป้องกันภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา   วาสนา คุณาอภิสิทธิ์ เรียบเรียงหลักความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำไว้ดังนี้ คือ6    เนื่องจากมนุษย์ชอบใช้เวลาว่าง และการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เวลาว่างไปกับกิจกรรมทางน้ำ จึงทำให้เกิดปัญหาการจมน้ำตาย คนที่ต้องสูญเสียชีวิตไปในน้ำก็ด้วยสาเหตุจากความไม่เชื่อถือ และไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำหรือกฎของความปลอดภัยนั่นเอง ฉะนั้นไม่ว่าจะมีส่วนร่วมกิจกรรมทางน้ำใดๆ ก็ตาม ต้องคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดกับทุกคนได้อยู่เสมอ อุบัติเหตุ การจมน้ำตายจะเกิดขึ้นแถบชายทะเล  แม่น้ำ น้ำตก บึง ทะเลสาบ เกิดได้ทุกที่และมากกว่าสระว่ายน้ำเสียอีก ข้อควรระวังมีดังนี้ 

             1.  อย่าปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง 

             2.   อย่าให้เด็กเล่นในน้ำที่มีความลึกมาก

             3.   เลือกใช้เรือต้องดูสภาพที่ปลอดภัยที่สุด 

             4.   ต้องเลือกอุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพและความปลอดภัย

             5.   อย่าว่ายน้ำใกล้กับท่าหรือโขดหินในขณะที่มีคลื่นแรง

             6.  ไม่ควรว่ายน้ำตอนกลางคืนหากเลี่ยงไม่ได้ควรระมัดระวังยิ่งขึ้น

             7.   อย่าบรรทุกเรือหนักเกินไป เรือส่วนใหญ่จะบอกว่าบรรทุกได้กี่คน

 8.   พยายามสังเกตคนอื่นๆ ที่เล่นน้ำอยู่ด้วย คอยระวังเหตุให้กันและกัน

             9.  ไปในทะเลต้องมีชูชีพสวมไว้ตลอดเวลาเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว

             10.  ถ้าชายหาดสงบเงียบควรมีเพื่อนไปด้วยเผื่อเวลาฉุกเฉินเพื่อนอาจช่วยได้ 

             11.  ควรบอกเพื่อนว่าเช่าเรือไปไหนให้ข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดการสูญหาย 

             12.  ก่อนลงเรือต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับระดับน้ำกระแสน้ำและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เสียก่อน

             13.  ต้องมองดูรอบๆเสียก่อน เพื่อที่จะได้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่ท่านกระโดดลงไป 

             14.  ควรสวมชูชีพหรือห่วงยาง หรือแพยางที่ผูกล่ามไว้กับหลักเพราะสามารถลอยไปกับกระแสน้ำได้ง่าย

             15.  อย่าเอามือกดศีรษะคนอื่นให้จมน้ำ เพราะจะทำให้เกิดความกลัว ความไม่มั่นใจ จะทำให้ว่ายน้ำไม่เป็น

             16.  ก่อนว่ายน้ำในทะเล ต้องศึกษาเสียก่อนว่าสภาพของระดับน้ำและกระแสน้ำเป็นอย่างไร ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่น้ำจะขึ้นจะลง 

             17.  อย่าว่ายน้ำหลังจากรับประทานอาหารอิ่มไปใหม่ๆ ต้องรอจนกว่า 45-60 นาทีผ่านไปมิฉะนั้นจะเป็นตะคริวสำหรับเด็กๆ

             18.  ถ้าออกไปพายเรือ ควรจะชวนเพื่อนไปด้วย และอย่าพายเรือไปใกล้ๆท่าเรือ เสาหรือโขดหิน ต้องสวมเสื้อชูชีพ หมวกกันน๊อคไว้ด้วย

 19.  การออกไปตกปลาคนเดียวอาจเกิดอันตรายได้ อย่าตกปลาใกล้ๆโขดหิน ที่คลื่นกระแทกแรงๆ หรือตกปลาในที่ไม่สามารถจะยืนถึง หรือลึกเกินไป

 20.   พยายามว่ายน้ำให้ขนานชายฝั่งทะเล อย่าว่ายออกไปในทะเลตรงๆ เพราะ   อาจเกิดอันตรายและจะว่ายน้ำทวนกระแสน้ำขึ้นฝั่งจะใช้แรงมากกว่าว่ายออกจากฝั่ง

 21.   ระมัดระวัง เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในบริเวณที่มีคนหนาแน่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ครีบ การใช้รองเท้ามนุษย์กบ การใช้ท่อหายใจ การใช้หน้ากาก

 22.   ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของการใช้ชายหาด ระมัดระวังเกี่ยวกับสัญลักษณ์เตือนภัยต่างๆ  เช่น ธง เสา อย่างเคร่งครัด เช่นธงแดงอย่าว่ายเลยออกไปจะไม่ปลอดภัย

             23.   ตรวจสอบอยู่เสมอว่า บริเวณที่จะว่ายน้ำมีพื้นที่ปลอดภัยเพียงพอ โดยถามคนที่อยู่บริเวณนั้น หรือสอบถามผู้ดูแลชายหาด หรือตำรวจท่องเที่ยว หรือผู้รักษาความปลอดภัย

             25.   ระมัดระวังอันตรายอื่นๆ เช่น เรือใบ กระดานโต้คลื่น เพราะเรือไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ในทันทีทันใด และไม่สามารถสังเกตเห็นคนที่กำลังว่ายน้ำอยู่ได้ชัดเจน

             26.  เรือล่มไม่ควรตกใจจนเกินเหตุ ให้ครองสติให้ดีอย่าพยายามว่ายเข้าหาฝั่งควรหาสิ่งยึดถอดเสื้อผ้าที่หนาออกบ้าง หรือส่วนสำคัญเพื่อให้ร่างกายไม่สูญเสียความอบอุ่นเคลื่อนไหวให้น้อยเพื่อออมแรงไว้สำหรับแก้ปัญหาใดๆ 

        

การจัดระบบการควบคุมความปลอดภัยจากการประกอบกิจกรรมทางน้ำ

 

             การประกอบกิจกรรมทางน้ำมีขั้นตอนที่ละเอียดและ ค่อนข้างยุ่งยากเพราะเด็กที่เรียนว่ายน้ำเมื่อมาสระแล้วจะตื่นเต้น และ มักจะเล่นกันเพลินมักจะลืมข้อตกลงด้านระเบียบ และข้อควรปฏิบัติ สิ่งสำคัญครู ผู้ฝึก และผู้เกี่ยวข้องต้องมีระบบหรือมาตรการในการจัดให้เป็นระเบียบ ปลอดภัยในระหว่างประกอบกิจกรรมเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้

             กองยุวกาชาด  กรมพลศึกษา เรียบเรียงหลักการจัดระบบการควบคุมความปลอดภัยเกี่ยวกับกิจกรรมทางน้ำไว้ดังนี้  คือ 7

 เมื่อลงน้ำในเวลาเดียวกันจำเป็นต้องมีระบบ  ครูผู้ควบคุมหรือผู้สอนจำเป็นต้องวางกฎเกณฑ์ข้อกำหนดต่าง ๆ  สำหรับระบบความควบคุมความปลอดภัย มีอยู่หลายรูปแบบแล้วแต่จะเห็นสมควรนำไปใช้อย่างไร หรือจะใช้หลาย ๆ วิธี เช่น 

 1.     ระบบการสำรวจ (Checking  System)  เชคจำนวนให้แน่ชัดว่า มีผู้ว่ายน้ำกี่คนให้กระทำก่อนจะลงน้ำ  และเมื่อเลิกว่ายน้ำแล้วว่ามีครบตามจำนวนที่ลงไปหรือไม่ อาจใช้วิธีนี้ 

         1.1   การเรียกชื่อ โดยวิธีการเรียกชื่อทีละคน หรือจะแบ่งเป็นกลุ่มโดย     ให้หมายเลขประจำตัวไว้  หรือสำรวจจากหัวหน้าแถวดูแลภายในแถวว่ามากี่คนขาดกี่คนใครบ้าง  แล้วรายงานให้ครูหรือผู้ควบคุมทราบ 

         1.2   คัดเลือกแบ่งกลุ่มตามความสามารถของผู้ว่ายน้ำ ว่าอยู่ในระดับใด  ออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามความสามารถ  เช่น  ว่ายน้ำไม่เป็น  พอใช้  หรือในระดับดี  แ ล้วสำรวจจำนวนตามกลุ่มว่ามีกี่คน  ใครบ้างจัดตั้งหัวหน้ากลุ่มไว้ช่วยสำรวจอีกครั้ง 

          1.3  ใช้กระดานสำรวจ (Check Board)  ต้องมีแผ่นกระดานใกล้กับที่ว่ายน้ำโดยผู้ว่ายน้ำสำรวจตนเองก่อนและหลังว่ายน้ำทุกคนมีหมายเลขของตน เพื่อความสะดวกในการ    จดจำ ก่อนลงน้ำผู้ว่ายจะต้องนำห่วงหมายเลขของตนเองไปคล้องในช่องตามหมายเลข และต้องนำห่วงมาคล้องในช่วงที่ขึ้นจากสระห้ามหยิบป้ายห่วงนี้แทนกันให้ไว้ตามช่องของตนตามกำหนด

   2.     การสำรวจโดยการใช้สวมหมวก เพื่อแสดงความสามารถในการว่ายน้ำ     ผู้ว่ายน้ำลึกได้เก่งให้สวมหมวกสำหรับว่ายน้ำผู้ที่ว่ายน้ำไม่เก่งไม่ต้องสวมหมวก กำหนดเขตของ     ผู้ว่ายไว้ใช้ลู่แบ่งเขตโดยให้เห็นอย่างชัดเจน

   3.     วิธีจับคู่ (Buddy  System)  ก่อนลงน้ำให้ผู้ว่ายจับคู่กันเป็นคู่ ๆ ให้จำให้ได้ว่าคู่กับใคร 

   4.     วิธีแบ่งเขตใช้ทุ่นลอยหรือลู่แบ่งเขตน้ำตื้น-น้ำลึก ไว้ให้เห็นโดยชัดเจน  กำหนดให้คนที่ว่ายน้ำยังไม่แข็งอยู่ทางด้านน้ำตื้น

          สถานที่ และสภาพแวดล้อมสุขภาพร่างกาย และสภาพการบริการเป็นสิ่งที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ทุกขณะ  การป้องกันและการเรียนรู้ ที่มาของเหตุที่จะนำไปสู่ความเสี่ยง ต่อชีวิตแล้วย่อมเป็นสิ่งที่มีคุณประโยชน์ การหามาตรการต่าง ๆ และเลือกสรรวิธีที่เหมาะสมกับ  กาลเวลา สถานที่  ย่อมดีกว่าการประมาทผลที่ตามมาเป็นความเสียหายต่อชีวิตได้         

 

                           เครื่องอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์  (Facilities  and  Supplies)

 

   วีระ  มนัสวานิช   เรียบเรียงถึงเครื่องอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ที่ใช้ในการ    ส่งเสริมในการเรียนว่ายน้ำไว้ดังนี้  คือ 8  ว่ายน้ำ เป็นการเรียนโดยการกระทำ (Learning by doing) ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติจริงจึงจะเกิดทักษะ จะต้องอาศัยเครื่องอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ต่าง ๆ เป็นสื่อ สามารถช่วยให้    การเรียนการสอนดำเนินไปได้ราบรื่น เกิดทักษะการเรียนเร็วและจูงใจ ว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนอยู่ในน้ำเกือบตลอดเวลา สิ่งที่จำเป็นและสำคัญยิ่ง ในการรักษาชีวิตของผู้ว่ายน้ำให้ปลอดภัยคืออุปกรณ์  ผู้สอนจะต้องจัดหาและเตรียมไว้ให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน มีความแข็งแรง ได้มาตรฐาน และมั่นใจ ช่วยเพิ่มทักษะ และมีความปลอดภัยต่อผู้เรียน 

   1.     เครื่องอำนวยความสะดวก (Facilities)  หมายถึง สิ่งที่ช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปด้วยความราบรื่น และจำเป็นมีดังนี้  คือ

                     1.1  สระว่ายน้ำ

                     1.2  ตู้เก็บของ

            1.3  ห้องอาบน้ำ 

         1.4  ที่วางรองเท้า 

         1.5  ชั้นวางผ้าเช็ดตัว 

         1.6  ห้องน้ำ ห้องส้วม 

         1.7  ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว

     1.8  อ่างล้างเท้า (ใส่สารเคมี) 

     1.9  สถานที่นั่งพักผ่อนของผู้ปกครอง

                     1.10  เครื่องอำนวยความสะดวกดังกล่าว  ควรแยกระหว่างผู้ชาย และผู้หญิง 

               2.     อุปกรณ์ (Equipment) ที่ช่วยในการฝึกง่ายต่อการเรียนรู้ที่จำเป็นมีดังนี้

                     2.1   ชุดว่ายน้ำ ควรใช้ชุดที่เบาไม่อุ้มน้ำ 

                     2.2   แว่นตากันน้ำ  ช่วยป้องกันน้ำเข้าตา 

                     2.3   ยางอุดหู ใช้ใส่ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหู  

                     2.4   ผ้าเช็ดตัวควรเลือกขนาดใหญ่สามารถใช้เช็ดตัว 

                     2.5   ผ้าขนหนูขนาดเล็กมีไว้เพื่อเช็ดศีรษะและผมให้แห้ง 

                     2.6   โฟมใช้ลอยตัว  ใช้ในการฝึกเตะขา  ฝึกแขน  และการหายใจ  

                     2.7    หมวกกันผม ป้องกันเส้นผมร่วงและไปอุดตันเครื่องกรองน้ำ  

                     2.8   หวี ใช้เมื่อขึ้นจากสระ อาบน้ำสระผม เช็ดศีรษะเรียบร้อยแล้ว 

                     2.9   ไม่ใช้หน้ากากดำน้ำ  ตีนกบ  และท่อช่วยหายใจ  ในสระว่ายน้ำมาตรฐาน

               3.  วัสดุสิ้นเปลือง(Supplies)  คือสิ่งของที่ใช้แล้วสิ้นเปลืองอย่างรวดเร็วไม่คงทนถาวรราคาถูกกว่าอุปกรณ์ที่จำเป็น  มีดังนี้

                     3.1   ครีมทาผิว  ใช้เมื่อขึ้นจากสระ อาบน้ำสระผม 

                     3.2   แป้งฝุ่น  ใช้เมื่อเช็ดตัวเรียบร้อยแล้ว ใช้ทาเพื่อขจัดความชื้น 

                     3.3   สบู่และยาสระผม ใช้ก่อนลงสระทุกครั้ง เพื่อชำระล้างเหงื่อไคล

            1 คณะผู้จัดทำ รวมกฎ กติกา และพื้นฐานการเล่น. หน้า 7-14.

2  วีระ มนัสวานิช.    เทคนิคการว่ายน้ำสำหรับนักว่ายน้ำครูและผู้สอน.   2537.  หน้า 6-8.

3 วาสนา  คุณาอภิสิทธิ์. ว่ายน้ำกีฬาสำหรับทุกคน. 2529. หน้า 25-27.

4 หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมพลศึกษา.  เล่มเดิม.  หน้า 6

5 วีระ  มนัสวานิช.  เล่มเดิม.  หน้า 3-6

6 วาสนา  คุณาอภิสิทธิ์. ว่ายน้ำกีฬาสำหรับทุกคน. 2529.  หน้า 185

7 กองยุวการชาด กรมพลศึกษา.   เล่มเดิม.   หน้า 116-117

8 วีระ มนัสวานิช.  เล่มเดิม.  หน้า  8-9

กฎ ข้อบังคับกติกาว่ายน้ำ


17 ธันวาคม

กฎข้อบังคับกติกาว่ายน้ำ

กฎข้อบังคับกติกาว่ายน้ำ

กติกากีฬาว่ายน้ำฟีน่า ปี พ.ศ. 2548 – 2552 (FINA SWIMMING RULES 2005 – 2009)[1]

ข้อ 1 การจัดการแข่งขัน (MANAGEMENT OF COMPETITIONS)

         ข้อ 1.1 คณะกรรมการดำเนินการแข่งขัน ที่แต่งตั้งขึ้นมา และได้รับการรับรองจากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติมีอำนาจเหนือผู้ตัดสินชี้ขาด กรรมการตัดสิน หรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ และมีอำนาจสั่งให้เลื่อนรายการแข่งขันได้ภายใต้ขอบเขตที่บัญชาไว้ในกติกา

         ข้อ 1.2 ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) การแข่งขันชิงแชมป์โลก (World Championships) คณะกรรมการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ จะเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการและเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการแข่งขันอย่างน้อยที่สุด ดังต่อไปนี้

                      ผู้ตัดสินชี้ขาด 1 คน

                      ผู้ควบคุมอุปกรณ์อัตโนมัติ 1 คน

                      กรรมการดูฟาวล์ 4 คน

                      ผู้ปล่อยตัว 2 คน

                      หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว 2 คน (อยู่คนละด้านของสระ) 2 คน

                      กรรมการดูการกลับตัว (อยู่ด้านละ 1 คน ของแต่ละลู่)

                      หัวหน้าผู้บันทึก 1 คน

                      ผู้รับรายงานตัว 2 คน

                      กรรมการเชือกฟาล์ว 1 คน

                      ผู้ประกาศ 1 คน

                      ข้อ 1.2.1 สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ และรายการอื่นๆ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะแต่งตั้งกรรมการ และเจ้าหน้าที่ ตำแหน่งต่าง ๆ ในจำนวนเท่ากันหรือน้อยกว่ากันได้โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ที่มีอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ

                      ข้อ 1.2.2 การแข่งขันถ้าไม่สามารถใช้อุปกรณ์แบบอัตโนมัติได้จะต้องมีการแต่งตั้งกรรม การเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นคือหัวหน้าผู้จับเวลา 1 คน ผู้จับเวลาลู่ละ 3 คน และมีกรรมการจับเวลาสำรองอีก 2 คน

                      ข้อ 1.2.3 หัวหน้าเส้นชัย 1 คน กรรมการเส้นชัยอย่างน้อยลู่ละ 1 คน ให้ใช้ในกรณีไม่สามารถใช้อุปกรณ์อัตโนมัติและ/หรือ นาฬิกาทั้ง 3 เรือน ไม่ทำงาน

                      ข้อ 1.3 สระว่ายน้ำ และอุปกรณ์การแข่งขันด้านทางเทคนิคที่ใช้ สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และการแข่งขันว่ายน้ำชิงแชมป์โลก จะต้องได้รับการตรวจสอบ และรับรองตามขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนจะทำการแข่งขันว่ายน้ำ จากผู้แทนสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติร่วมกับคณะกรรมการฝ่ายเทคนิคกีฬาว่ายน้ำ

          ข้อ 1.4 อุปกรณ์กล้องวีดีโอใต้น้ำ ที่ใช้เกี่ยวข้องกับโทรทัศน์ อุปกรณ์เหล่านี้ จะต้องมีระบบควบ คุมการทำงาน และจะต้องไม่กีดขวางการมองเห็น หรือกีดขวางทางนักว่ายน้ำ และต้องไม่เปลี่ยนองค์ ประกอบของสระ หรือบดบังเครื่องหมายตามที่สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติกำหนดไว้

  ข้อ 2 กรรมการเจ้าหน้าที่ (OFFICIALS)

          ข้อ 2.1 ผู้ตัดสินชี้ขาด (Referee)

                      ข้อ 2.1.1 ผู้ตัดสินชี้ขาดจะเป็นผู้ควบคุมและมีอำนาจเหนือกรรมการ และเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเป็นผู้พิจารณามอบหมายหน้าที่ และให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับงานที่มีลักษณะพิเศษ หรือระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อให้การตัดสินเป็นไปตามกฎกติกา ของสหพันธ์ว่ายน้ำนานา ชาติ และจะต้องตัดสินปัญหาทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องตามสภาพความเป็นจริงที่พบเห็นจากการแข่งขันหรือจากผู้ทำการแข่งขันการตัดสินขั้นสุดท้ายจะถือว่าสิ้นสุดจะเปลี่ยนแปลงการตัดสินเป็นอย่างอื่นไม่ได้

                      ข้อ 2.1.2 ผู้ชี้ขาดต้องมองดูทุกช่วงขณะทำการแข่งขัน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามกติกา การแข่งขัน และจะสามารถวินิจฉัยในกรณีที่มีการประท้วง ที่อาจจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการแข่งขันได้

                      ข้อ 2.1.3 เมื่อการตัดสินของกรรมการเส้นชัย กรรมการผู้จำเวลาไม่ตรงกับผู้ตัดสินชี้ขาด จะเป็นผู้กำหนดลำดับที่ให้ และถ้าอุปกรณ์อัตโนมัติสามารถทำงานได้ตามปกติให้พิจารณาตัดสินได้ตามกติกาข้อ 13

                      ข้อ 2.1.4 ผู้ตัดสินชี้ขาดจะต้องมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถ

ควบคุมการแข่งขันได้อย่างถูกต้อง และจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สำรองเข้าแทนที่ เมื่อเจ้าหน้าที่นั้นๆ ไม่อยู่หรือมีจำนวนไม่เพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่

                      ข้อ 2.1.5 ในการเริ่มต้นการแข่งขันแต่ละรายการ ผู้ตัดสินขี้ขาดจะเป็นผู้ให้สัญญาณแก่ผู้เข้าแข่งขันโดยการเป่านกหวีดเสียงสั้นๆ เพื่อเตือนให้ผู้เข้าแข่งขันถอดเสื้อวอร์ม หรือใส่แว่น เพื่อเตรียม พร้อมจากนั้นจะเป่านกหวีดเสียงยาว เพื่อสั่งให้ผู้เข้าแข่งขันประจำที่ ที่ส่วนหลังแท่นกระโดด (ถ้าเป็นการแข่งขันว่ายน้ำแบบกรรเชียง และว่ายแบบผลัดผสมให้ผู้เข้าแข่งขันลงไปในสระทันที) การเป่านกหวีดยาวอีกครั้งจะใช้สำหรับการแข่งขันแบบกรรเชียงและว่ายแบบผลัดผสม เมื่อผู้เข้าแข่งขันและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ พร้อม ผู้ตัดสินจะให้สัญญาณ ให้ผู้ปล่อยตัวทราบโดยเหยียดแขนออกไปยังผู้ปล่อยตัว การเหยียดแขนจะคงอยู่ในลักษณะอย่างนั้น จนกระทั่งได้มีการปล่อยตัวออกไป

                      ข้อ 2.1.6 ผู้ชี้ขาดจะตัดสิทธิ์นักว่ายน้ำไม่ว่าคนไหนก็ตามถ้าพบว่ามีการกระทำผิดกติกา

การแข่งขันหรือได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบการตัดสิทธิ์ทุกๆ กรณีขึ้นอยู่การตัดสินใจของผู้ชี้ขาด

          ข้อ 2.2 ผู้ควบคุมดูแลห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ (Control – room Supervisor)

                      ข้อ 2.2.1 ผู้ควบคุมห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ ต้องตรวจตราเครื่องจับเวลาอัตโนมัติ รวมถึงจับเวลาสำรอง

                      ข้อ 2.2.2 ผู้ควบคุมห้องจับเวลาอัตโนมัติต้องรับผิดชอบตรวจเชคผลการแข่งขันที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ว่าถูกต้องหรือไม่

                      ข้อ 2.2.3 ผู้ควบคุมดูแลห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ มีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสอบ การกระโดดออกตัวระหว่างผู้ว่ายผลัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่พิมพ์ออกมาและรายงานให้ผู้ตัดสินชี้ขาดทราบทุกครั้งที่มีการฟาวล์ในการออกตัวก่อนของการว่ายผลัดเกิดขึ้น

                      ข้อ 2.2.4 ผู้ควบคุมห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ สามารถที่จะตรวจสอบพิจารณาการกระโดดออกตัวก่อนอีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันจากเครื่องจับเวลาสำรองเมื่อมีข้อสงสัย

                      ข้อ 2.2.5 ผู้ควบคุมห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติจะคอยดูแลการสละสิทธ์หลังการแข่ง ขันในรอบคัดเลือก หรือรอบชิงชนะเลิศ แล้วส่งผลการแข่งขันรายชื่อผู้ที่ทำลายสถิติขึ้นมาใหม่ และดูแลการแข่งขันบนสกอร์บอร์ดอย่างถูกต้อง

          ข้อ 2.3 ผู้ปล่อยตัว (Starter)

                      ข้อ 2.3.1 ผู้ปล่อยตัวจะมีอำนาจควบคุมนักว่ายน้ำอย่างเต็มที่ หลังจากผู้ตัดสินชี้ขาดได้ให้สัญญาณกลับมายังผู้ปล่อยตัว(กติกาข้อ 2.1.5)จนกระทั่งการแข่งขันได้เริ่มขึ้นการเริ่มต้นจะต้องดำเนินไปตามกติกาข้อ 4

                      ข้อ 2.3.2 ผู้ปล่อยตัวจะต้องรายงานต่อผู้ตัดสินชี้ขาดทราบ เมื่อมีนักว่ายน้ำถ่วงเวลาใน การถ่วงเวลาในการปล่อยตัว มีเจตนาไม่เชื่อฟังคำสั่งหรือกระทำผิดมารยาทในการเข้าประจำที่ผู้ตัดสินชี้ขาดสามารถตัดสิทธิ์นักว่ายน้ำที่มีเจตนาถ่วงเวลา หรือกระทำผิดมารยาทได้

                      ข้อ 2.3.3 เพื่อให้การปล่อยตัวมีความถูกต้องยุติธรรมจึงให้ผู้ปล่อยตัวมีอำนาจเต็มที่ในการตัดสินใจ เพียงแต่อยู่ภายใต้การควบคุม การตัดสินใจของผู้ชี้ขาด

                      ข้อ 2.3.4 ในการปล่อยตัวแต่ละรายการผู้ปล่อยตัวจะยืนด้านข้างของสระห่างจากขอบสระประมาณ 5 เมตรด้านที่ใช้ปล่อยตัวอยู่ในตำแหน่งที่ผู้จับเวลาสามารถมองเห็นหรือได้ยินเสียงสัญญาณปล่อยตัวได้ชัดเจน และนักว่ายน้ำทุกคนก็ต้องสามารถได้ยินเสียงสัญญาณปล่อยตัวชัดเจนด้วย

          ข้อ 2.4 ผู้รับรายงานตัว (Clerk of Course)

                      ข้อ 2.4.1 ผู้รับรายงานตัวต้องรวบรวมนักว่ายน้ำจัดเรียงลำดับก่อนหลัง ของแต่ละรายการ

                      ข้อ 2.4.2 ผู้รับรายงานตัว ต้องรายงานต่อผู้ตัดสินชี้ขาดในกรณีมีข้อความที่เห็นว่าการละเมิดการโฆษณาเกินกว่าที่กำหนด (GR 6) และกรณีที่นักว่ายน้ำไม่มารายงานตัวเมื่อมีการเรียกแล้ว

          ข้อ 2.5 หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว (Chief Inspector of Turns)

                      ข้อ 2.5.1 หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว ต้องมั่นใจว่ากรรมการดูการกลับตัวทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับอย่างสมบูรณ์ได้ตลอดในระหว่างทำการแข่งขัน

                      ข้อ 2.5.2 หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว จะรับฟังการรายงานเมื่อมีการกระทำผิดกติกาเกิดขึ้นจากกรรมการดูการกลับตัวและ จะต้องส่งรายงานให้ผู้ตัดสินชี้ขาดทราบทันที

          ข้อ 2.6 กรรมการดูการกลับตัว (Inspector of Turns)

                      ข้อ 2.6.1 กรรมการดูการกลับตัวจะถูกกำหนดให้ประจำลู่ว่ายน้ำอยู่ด้านหัวสระและท้ายสระ ด้านละ 1 คน

                      ข้อ 2.6.2 กรรมการดูการกลับตัวแต่ละคน จะต้องมั่นใจว่านักว่ายน้ำไม่ได้ฝ่าฝืนกติกาเกี่ยวกับการกลับตัวโดยเริ่มดูจากการใช้แขนในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะแตะขอบสระและจบลงอย่างสมบูรณ์ของการใช้แขนช่วงแรกหลังจากการกลับตัวแล้ว กรรมการดูการกลับตัวที่ประจำด้านหัวสระและท้ายสระจะต้องมั่นใจว่า นักว่ายน้ำปฏิบัติการกลับตัวเป็นไปตามกติกา โดยจากจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้ายของการใช้แขนช่วงแรกได้อย่างสมบูรณ์ กรรมการดูการกลับตัวที่ประจำตัวที่ประจำด้านเส้นชัย จะต้องมั่นใจว่านักว่ายน้ำได้เข้าเส้นชัยโดยแตะขอบสระเป็นไปอย่างถูกต้องตามกติกา

                      ข้อ 2.6.3 ในรายการแข่งขันประเภทบุคคลระยะทาง 800 เมตร และ 1,500 เมตร กรรมการดูการกลับตัวแต่ละคนที่ประจำอยู่ท้ายสระ จะต้องบันทึกจำนวนเที่ยวที่ว่าย ไปแล้วของนักว่ายน้ำในลู่ของตนเองและต้องแจ้งจำนวนเที่ยวที่เหลือ ให้นักว่ายน้ำทราบด้วยป้ายแสดงบอกจำนวนเที่ยว หรืออาจใช้อุปกรณ์กึ่งอัตโนมัติรวมทั้งป้ายแสดง บอกจำนวนเที่ยวใต้น้ำ ก็ได้

                      ข้อ 2.6.4 กรรมการดูการกลับตัวที่ประจำเส้นชัยจะต้องเป็นผู้ให้สัญญาณเตือนเมื่อนักว่ายน้ำในลู่ของตนว่ายมาเหลือระยะทางก่อนถึงขอบสระ5 เมตรก่อน2 เที่ยวสุดท้ายที่จะสิ้นสุดการว่ายประเภทบุคคลระยะทาง 800 เมตรและ 1,500 เมตรและต้องให้สัญญาณเตือนหลังจากนักว่ายน้ำกลับตัวจนกระทั่งถึงตรงแนวเชือกธงบอกระยะทาง 5 เมตร เหนือลู่สัญญาณที่เตือนจะใช้นกหวีดหรือเสียงระฆังก็ได้

                      ข้อ 2.6.5 กรรมการดูการกลับตัวแต่ละคน ที่ประจำด้านหัวสระจะต้องดูแลในรายการว่ายผลัดว่าในช่วงรอยต่อนักว่ายน้ำออกตัวจากแท่นกระโดดก่อนที่นักว่ายน้ำคนก่อนได้แตะขอบสระแล้วหรือยังเมื่อมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติสามารถนำมาเป็นเครื่องช่วยตัดสินในการออกตัวในการว่ายผลัด โดยจะให้เป็นไปตามกติกา ข้อ 13.1

                      ข้อ 2.6.6 กรรมการดูการกลับตัว จะต้องรายงานการทำผิดกติกาต่าง ๆ โดยการเขียนรายละเอียดลงในแบบฟอร์มเช่นรายการแข่งขันหมายเลขลู่ว่าย และสาเหตุของการทำผิดกติกาให้กับหัว หน้าผู้ดูการกลับตัว เพื่อที่จะรายงานผลดังกล่าวกับผู้ตัดสินชี้ขาดทราบทันที

           ข้อ 2.7 กรรมการดูฟาวล์ (Judges of Stroke)

                       ข้อ 2.7.1 กรรมการดูฟาวล์ จะอยู่ด้านข้างของสระแต่ละด้าน

                       ข้อ 2.7.2 กรรมการดูฟาวล์แต่ละคนจะต้องเข้าใจกติกาการแข่งขันเกี่ยวกับแบบของการว่ายแต่ละประเภทเป็นอย่างดี และจะต้องดูการกลับตัวและการเข้าเส้นชัย เพื่อช่วยกรรมการดูการกลับตัวด้วย

                       ข้อ 2.7.3 กรรมการดูฟาวล์ จะต้องรายงานการทำผิดระเบียบต่าง ๆ ต่อผู้ตัดสินชี้ขาดโดยบันทึกรายละเอียดลงในใบบันทึกแจ้งถึงรายการแข่งขันหมายเลขลู่ว่าย ชื่อผู้เข้าแข่งขันและสาเหตุของการกระทำผิดกติกา

           ข้อ 2.8 หัวหน้ากรรมการจับเวลา (Chief Timekeeper)

                       ข้อ 2.8.1 หัวหน้ากรรมการจับเวลา เป็นผู้กำหนดตำแหน่งที่นั่งสำหรับกรรมการผู้จับเวลาแต่ละลู่ ให้ทำหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละลู่ว่ายจะมีกรรมการจับเวลา 3 คนถ้าเกิดกรณีนาฬิกาจับเวลาเรือนใดเกิดขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ในระหว่างการแข่งขัน จะต้องใช้ผู้จับเวลาสำรอง 2 คนที่แต่งตั้งไว้แล้วโดยให้คนใดคนหนึ่งจะต้องทำหน้าที่แทนในกรณีที่นาฬิกาของผู้จับเวลาคนใดไม่ทำงานหรือไม่หยุด ในระหว่างการแข่งขัน หรือด้วยเหตุผลอื่นใดที่ผู้จับเวลาไม่สามารถจับเวลาได้ เมื่อมีการใช้นาฬิกาจับเวลาแบบตัวเลข 3 เรือนต่อลู่ ให้สรุปผลโดยเอาเวลาและลำดับที่ มาพิจารณา โดยยึดเอาเวลาที่ได้เป็นหลัก

                       ข้อ 2.8.2 หัวหน้าผู้จับเวลาจะเป็นผู้รวบรวมใบบันทึกเวลาจากผู้จับเวลา จากผู้จับเวลาจากทุกลู่ว่ายใบบันทึกเวลาที่แสดงผลเวลา ถ้าหากมีความจำเป็นก็ขอตรวจสอบกับนาฬิกาเรือนนั้นได้

                       ข้อ 2.8.3 หัวหน้ากรรมการจับเวลาจะต้องตรวจสอบเวลาอย่างเป็นทางการในใบบันทึกแต่ละลู่ว่ายทุกครั้ง

            ข้อ 2.9 กรรมการจับเวลา (Timekeepers)

                        ข้อ 2.9.1 กรรมการจับเวลาแต่ละคนจับเวลาผู้เข้าแข่งขันในลู่ของตนที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามกติกาข้อ 11.3 ส่วนนาฬิกาจับเวลานั้นจะต้องได้รับการรับรอง จากคณะกรรมการดำเนินการแข่งขัน

                        ข้อ 2.9.2 กรรมจับเวลาแต่ละคนจะกดเวลาเริ่มต้น เมื่อสัญญาณปล่อยตัวเริ่มขึ้นและกดเวลาให้หยุดเมื่อนักว่ายน้ำในลู่ว่ายของตนเองว่ายเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผู้จับเวลาอาจจะแนะนำให้จากหัวหน้าผู้จับเวลาให้บันทึกเวลาแต่ละเที่ยวไปด้วยหากการแข่งขันรายการนั้นระยะทางเกินกว่า 100 เมตร ก็ได้

                        ข้อ 2.9.3 ทันทีที่การแข่งขันสิ้นสุดลง กรรมการจับเวลาในแต่ละลู่ว่าย จะต้องบันทึกเวลาของตนลงในใบบันทึกเวลา และมอบให้กับหัวหน้ากรรมการจับเวลา และถ้ามีข้อสงสัยก็สามารถตรวจ สอบเวลาอีกได้ และจะต้องให้ตรวจสอบได้ทันทีกรรมการจับเวลาจะต้องไม่ลบเวลาของตนจน กระทั่งได้รับสัญญาณจากหัวหน้ากรรมการจับเวลาหรือผู้ตัดสินชี้ขาดให้ลบเวลาหรือผู้ตัดสินชี้ขาดให้ลบเวลา

                        ข้อ 2.9.4 นอกจากจะมีการใช้ระบบกล้องบันทึกภาพโทรทัศน์สำรองไว้ ผู้จับเวลาก็ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้การจับเวลาเกิดสมบูรณ์ถึงแม้ว่าจะมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติอยู่แล้วก็ตาม

           ข้อ 2.10 หัวหน้ากรรมการเส้นชัย (Chief Finish Judge)

                         ข้อ 2.10.1 หัวหน้ากรรมการเส้นชัยจะเป็นผู้มอบหมายให้กรรมการเส้นชัย ที่ประจำเส้นชัยแต่ละคน อยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้

                         ข้อ 2.10.2 หลังจากเสร็จสิ้นการแข้งขันแต่ละรายการหัวหน้ากรรมการเส้นชัยจะต้องรวบรวมผลในใบบันทึกจากกรรมการเส้นชัยทุกคน และให้จัดผลการลำดับที่ การเข้าเส้นชัย พร้อมลงชื่อรับรองผล เพื่อที่จะนำส่งโดยตรงต่อผู้ตัดสินชี้ขาด

ข้อ 2.10.3 เมื่อมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่ตัดสินการเข้าเส้นชัย ในการแข่งขัน หัวหน้ากรรมการเส้นชัยจะต้องบันทึกลำดับที่การแข่งขันที่ใบบันทึก ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติภายหลังจากแข่งขันแต่ละรายการได้สิ้นลง

           ข้อ 2.11 กรรมการเส้นชัย (Finish Judges)

                         ข้อ 2.11.1 กรรมการเส้นชัย จะต้องนั่งประที่ ที่อัฒจันทร์เส้นชัย ที่ตั้งอยู่แนวเดียวกับเส้นชัยและอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นเส้นชัยได้อย่างชัดเจน นอกจากในกรณีที่มีการใช้อุปกรณ์แบบอัตโนมัติ เพื่อแบ่งความรับผิดชอบในลู่ว่ายที่ได้รับมอบหมายโดยการกดปุ่มสัญญาณของการแตะเส้นชัยของผู้ว่ายในลู่ของตนเท่านั้น

                         ข้อ 2.11.2 หลังจากการแข่งขันแต่ละรายการ กรรมการเส้นชัยจะต้องตัดสินใจ และรายงานลำดับที่ของนักว่ายน้ำตามที่ได้รับมอบหมาย กรรมการเส้นชัยจะทำหน้าที่ในการกดปุ่มเท่านั้น จะไม่มีกระทำหน้าที่เหมือนกรรมการจับเวลา

          ข้อ 2.12 เจ้าหน้าที่ควบคุมผลการแข่งขัน (Desk Control)

                        ข้อ 2.12.1 หัวหน้าผู้บันทึกมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบผลการแข่งขันที่พิมพ์มาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือผลของเวลา และลำดับที่ในแต่ละรายการที่ได้รับมาจากผู้ชี้ขาด หัวหน้าผู้บันทึก จะต้องลงลายมือชื่อในผลการแข่งขันร่วมกับลายมือชื่อของผู้ตัดสินชี้ขาด

                        ข้อ 2.12.2 ผู้บันทึกต้องควบคุมตรวจสอบการขอสละสิทธิ์หลังจากแข่งขันรอบคัดเลือกหรือรอบชิงชนะเลิศ เก็บเอกสารผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ การรับรองผลที่มีการทำสถิติขึ้นใหม่ทุกรายการ

         ข้อ 2.13  คำตัดสินของกรรมการและเจ้าหน้าที่ (Officials’ Decision Making)

                        ข้อ 2.13.1 กรรมการเจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ จะต้องตัดสินใจอย่างอิสระเป็นของตนเองในการตัดสินปัญหาต่างๆ ไม่ขึ้นอยู่กับผู้ใดนอกเสียจากว่าปัญหานั้นๆ กติกาได้บอกไว้อย่างชัดเจนแล้ว

ข้อ 3 การจัดลู่ว่ายน้ำในรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ (SEEDING OF HEATS, SEMI-FINALS AND FINALS)

           การจัดลู่ว่ายทุกรายการ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค การแข่งขันชิงแชมป์โลก การแข่งระดับทวีป และรายการอื่น ๆ ของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจะต้องดำเนินการจัดลู่ว่ายให้เป็นไปดังนี้

           ข้อ 3.1 รอบคัดเลือก (Heats)

                       ข้อ 3.1.1 จัดเวลาที่ดีที่สุดของผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนที่ส่งมาในใบสมัครที่เคยทำภายในกำหนดเวลาไม่เกิน12 เดือน ก่อนวันแข่งขันโดยจะต้องส่งใบสมัคร และรายการแข่งขันพร้อมกับเวลาต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันส่วนนักว่ายน้ำที่ไม่ได้ส่งเวลาจะถูกพิจารณาให้เป็นผู้ที่มีเวลาช้าที่สุดและถูกจัดให้อยู่ในลำดับท้ายสุดในบัญชีรายชื่อนักว่ายน้ำ ที่ส่งเวลามาเท่ากันหรือนักว่ายน้ำที่ไม่ได้ส่งเวลามา ถ้ามีมากกว่า 1 คนจะพิจารณาการจัดลำดับโดยการจับฉลาก นักว่ายน้ำถูกจัดให้อยู่ในลู่ว่ายตามขั้นตอนของกติกาข้อ3.1.2 นักว่ายน้ำถูกจัดให้ว่ายในรอบคัดเลือก ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเวลาตามวิธีการดัง ต่อไปนี้

                                      ข้อ 3.1.1.1 ถ้ามีเพียงชุดเดียว การจัดลู่ว่ายดำเนินการเหมือนการจัดการการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

                                      ข้อ 3.1.1.2 ถ้ามี 2 ชุด นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วที่สุดจะอยู่ในชุดที่ 2 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 2 จะอยู่ในชุดที่ 1 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 3 จะอยู่ในชุดที่ 2 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 4 จะอยู่ในชุดที่ 1 โดยจัดการสลับชุดอย่างนี้จนครบ

                                      ข้อ 3.1.1.3 ถ้ามี 3 ชุด นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วที่สุดจะอยู่ในชุดที่ 3 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 2 จะอยู่ในชุดที่ 2 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 3 จะอยู่ในชุดที่ 1 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 4 จะอยู่ในชุดที่ 3 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 5 จะอยู่ในชุดที่ 2 และนักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 6 จะอยู่ในชุดที่ 1 ว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 7 จะอยู่ในชุดที่ 3 โดยจัดการสลับชุดอย่างนี้จนครบ

                                      ข้อ 3.1.1.4 ถ้ามี 4 ชุดหรือมากกว่าใน 3 ชุดสุดท้ายการแข่งขันจะจัดลู่ว่ายตามกติกา ข้อ 3.1.1.3 ส่วนชุดที่ 4 จะประกอบไปด้วยนักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วถัดไปสำหรับในชุดที่ 5 จะประกอบไปด้วยนักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วถัดต่อไปอีกในชุดต่อ ๆ ไป ก็เช่นกันในการจัดลู่ว่ายจะพิจารณาตาม ลำดับเวลา ภายในแต่ละชุด โดยรูปแบบการจัดต้องสอดคล้องตามกติกาข้อ 3.1.2

                                      ข้อ 3.1.1.5 ข้อยกเว้นเมื่อรอบคัดเลือกมี 2 ชุดหรือมากกว่าในแต่ละรายการจะ ต้องมีนักว่ายน้ำไม่น้อยกว่า 3 คน ในแต่ละชุด แต่ภายหลังมีการสละสิทธิ์ ดังนั้นจะเหลือนักว่ายน้ำในชุดน้อยกว่า 3 คน ก็ได้

                       ข้อ 3.1.2 ยกเว้นในรายการแข่งขัน 50 เมตร ในสระ 50 เมตร การพิจารณาลู่ว่ายจะจัด (ลู่ว่ายที่ 1 จะต้องอยู่ทางขวามือของสระ เมื่อยืนหันหน้าจากจุดหัวสระไปยังปลายสระ) ลำดับนักว่ายน้ำหรือทีม ที่ว่ายเร็วที่สุด ในลู่กลางของสระว่ายน้ำตามจำนวนลู่ว่ายหรืออยู่ในลู่ว่ายที่ 3 หรือ 4 ในสระว่ายน้ำที่มีลู่ว่าย 6 หรือ 8 ลู่ ตามลำดับส่วนนักว่ายน้ำที่มีเวลาเร็วลำดับถัดไปอยู่ทางซ้ายมือ ของนักว่ายน้ำคนแรกต่อ จากนั้นคนอื่นๆ ก็จัดสลับขวาและซ้ายให้เป็นไปลำดับเวลาส่วนนักว่ายน้ำที่มีเวลาเท่ากันจะทำการจับฉลาก เพื่อจัดลู่ว่าย ตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว

                                     ข้อ 3.1.3 เมื่อมีรายการแข่งขัน 50 เมตร ในสระ 50 เมตร การแข่งขันการจะอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการจัดการแข่งขันโดยให้แต่ละคนจากเริ่มต้นว่ายจากจุดเริ่มตามปกติ ไปยังจุดกลับตัวท้ายสระหรือเริ่มต้นจากจุดกลับตัวท้ายสระไปยังจุดเริ่มต้นหัวสระขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น มีอุปกรณ์อัตโนมัติเพียงพอหรือไม่ ตำแหน่งผู้ปล่อยตัวเหมาะสมหรือไม่และอื่นๆ คณะกรรมการจัด การแข่งขัน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบในการกำหนดจุดเริ่มต้นให้แน่นอน และชี้แจงให้นักว่ายน้ำทราบก่อนที่จะเริ่มทำการแข่งขันเกี่ยวกับการจัดลู่ว่ายน้ำ ก็ให้ดำเนินการไปตามปกติ รวมทั้งการเริ่มต้นและการเข้าเส้นชัย ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่หัวสระและท้ายสระก็ตาม

           ข้อ 3.2 รอบรองชนะเลิศและรองชิงชนะเลิศ (Semi-Finals and Finals)

                       ข้อ 3.2.1 ในรอบรองชนะเลิศ จะให้ดำเนินการไปตามกติกา ข้อ 3.1.1.2

                       ข้อ 3.2.2 หากไม่มีรอบคัดเลือก การจัดลู่ว่าย จะให้ดำเนินการไปตามกติกา ข้อ 3.1.2 ถ้าหากมีรอบคัดเลือก หรือรอบรองชนะเลิศ การจัดลู่ว่าย จะให้ดำเนินการไปตามกติกา ข้อ 3.1.2 เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยังใช้เวลาเป็นตัวกำหนดในการจัดชุดนั้น ๆ

                       ข้อ 3.2.3 ในรายการแข่งขันที่มีนักว่ายน้ำในชุดเดียวกันหรือต่างชุดกันมีเวลาที่ได้จากการแข่งขันเท่ากันในอัตราส่วน 1/100 วินาที สำหรับลำดับที่ 8 หรือ อันดับที่ 16 เท่ากันจะต้องทำการว่ายใหม่ เพื่อหานักว่ายน้ำที่ลำดับสูงกว่าเข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศสำหรับการว่ายใหม่เพื่อจัดลำดับที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงหลังจากนักว่ายน้ำแข่งขันรอบคัดเลือกเสร็จสิ้นลงเช่นเดียว กันการว่ายใหม่เพื่อจัดลำดับที่ จะเกิดขึ้นอีก ถ้าหากเวลายังเท่ากันอีก

                       ข้อ 3.2.4 หากมีนักว่ายน้ำ 1 คนหรือมากกว่าถอนตัวออกจากการแข่งขันในรอบรองชนะ เลิศ หรือรอบชิงชนะเลิศนักว่ายน้ำที่สำรองไว้เข้าแทนโดยพิจารณาจากการจัดลำดับในรอบคัดเลือก หรือรอบรองชนะเลิศรายการแข่งขันนั้นๆ ต้องมีการจัดเรียงลำดับใหม่และต้องจัดทำเอกสารแจ้งรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงหรือการเปลี่ยนตัวให้ทราบ การจัดลู่ว่ายใหม่เป็นไปตามกติกาในข้อ 3.1.2

            ข้อ 3.3 ในการแข่งขันอื่น ๆ บางทีอาจใช้ระบบการจับฉลาก สำหรับการจัดลู่ว่ายก็ได้

    ข้อ 4 การเริ่มต้นการแข่งขัน (THE START)

            ข้อ 4.1 การเริ่มต้นในการแข่งขันการว่ายแบบฟรีสไตล์ การว่ายแบบกบ การว่ายแบบผีเสื้อ และการว่ายแบบเดี่ยวผสมจะเริ่มจากการกระโดดข้างบนแท่น โดยเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณแรกนกหวีดเป่ายาว (กติกา 2.1.5) จากผู้ชี้ขาด นักว่ายน้ำจะก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นปล่อยตัวและพักอยู่บนนั้น เมื่อมีคำสั่งของผู้ปล่อยตัวให้ “ เข้าที่ ” (take you marks) นักว่ายน้ำทุกคนจะต้องรีบเข้าไปอยู่ในตำแหน่งของการตั้งต้นทันทีโดยที่ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างอยู่ที่ปลายสุดของแท่นตั้งต้น ส่วนตำแหน่งของแขนนั้นไม่กำหนด เมื่อนักว่ายน้ำทั้งหมดอยู่ในลักษณะนิ่ง ผู้ปล่อยตัวจะให้สัญญาณปล่อยตัว

           ข้อ 4.2 การเริ่มต้นในการแข่งขันการว่ายแบบกรรเชียง และการว่ายแบบผลัดผสมจะเริ่มต้นจากในน้ำโดยเมื่อผู้ชี้ขาดเป่านกหวีดยาวครั้งหนึ่ง (กติกา 2.1.5) นักว่ายน้ำจะต้องรีบลงไปในน้ำทันทีผู้ชี้ขาด เป่านกหวีดยาวครั้งที่สองนักว่ายน้ำจะต้องไม่ถ่วงเวลา โดยต้องรับกลับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นทันที (กติกา 6.1) เมื่อนักว่ายน้ำทั้งหมดเข้าประจำตำแหน่งเริ่มต้นแล้ว ผู้ปล่อยตัวจะออกคำสั่งให้ “เข้าที่” (take your marks) นักว่ายน้ำทั้งหมดอยู่จะต้องอยู่ในลักษณะนิ่งผู้ปล่อยตัวให้สัญญาณปล่อยตัว

          ข้อ 4.3 ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค (Olympic Games) การแข่งขันชิงแชมป์โลก (World Championships) และรายการแข่งขันอื่น ๆ ของสหพันธ์ว่ายน้ำสมัครเล่นนานาชาติ (FINA) จะใช้คำสั่งปล่อยตัวเป็นภาษาอังกฤษว่า“Take your marks” และในการปล่อยตัวจะต้องมีเครื่องขยายเสียงติดตั้งในแต่ละแท่นกระโดดออกตัว

         ข้อ 4.4 นักว่ายน้ำคนใดที่ออกตัวก่อนสัญญาณปล่อยตัวจะดังขึ้นจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่ง ขัน ถ้าเสียงสัญญาณปล่อยตัวดังก่อนมีนักว่ายน้ำกระทำผิด จะปล่อยให้การแข่งขันจะดำเนินต่อไปจนการว่ายเสร็จสิ้นลงและนักว่ายน้ำหนึ่งคนหรือหลายคนก็ตามที่กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์หลังจากการแข่งขันถ้าหากมีการกระทำผิด ก่อนสัญญาณปล่อยตัว จะไม่มีการให้สัญญาณปล่อยตัว แต่จะเรียกนักว่ายน้ำทั้งหมดที่เหลืออยู่มาปล่อยตัวใหม่อีกครั้ง

  ข้อ 5 การว่ายแบบฟรีสไตล์ (FREESTYLE)

          ข้อ 5.1 การว่ายแบบฟรีสไตล์หมายถึงรายการแข่งขันนั้น กำหนดให้นักว่ายน้ำอาจจะว่ายรูปแบบใดก็ได้ยกเว้นในรายการว่ายเดี่ยวผสมหรือว่ายเดี่ยวผสมหรือว่ายผลัดผสมการว่ายแบบฟรีสไตส์หมายถึงการว่ายแบบใดก็ได้ ต้องนอกเหนือไปจากการว่ายแบบกรรเชียง การว่ายแบบกบหรือการว่ายแบบผีเสื้อ

         ข้อ 5.2 การกลับตัวและการเข้าเส้นชัยของนักว่ายน้ำจะต้องใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสผนังสระก็ได้

ข้อ 5.3 ส่วนใดส่วนหนึ่ง ของร่างกายจะต้องโผล่พ้นผิวน้ำ ตลอดระยะทาง ที่ทำการแข่งขันยกเว้นจะอนุญาตให้นักว่ายน้ำดำอยู่ใต้น้ำได้ในระหว่างการออกตัวและการกลับตัว และระยะทางต้องไม่เกิน 15 เมตร หลังจากออกตัวและการกลับตัวแต่ละครั้ง โดยนับจากจุดที่ศรีษะโผล่พ้นผิวน้ำ

ข้อ 6 การว่ายแบบกรรเชียง (BACKSTROKE)

         ข้อ 6.1 ก่อนที่จะมีสัญญาณปล่อยตัวนักว่ายน้ำจะต้องลงไปอยู่ในน้ำเป็นแนวเดียวกันโดยหันหน้าเข้าหาปลายแท่นกระโดดมือทั้งสองข้างจับที่ยึดของแท่นกระโดดห้ามไม่ให้ห้ามไม่ให้เหยียบใน หรือ บนรางน้ำ หรือนิ้วเท้าเกี่ยวเกาะบนขอบของรางน้ำ

        ข้อ 6.2 เมื่อให้สัญญาณการปล่อยตัวและหลังจากการกลับตัว นักว่ายน้ำจะถีบตัวออก และว่ายในลักษณะนอนหงายตลอดระยะทางที่ทำการแข่งขัน ยกเว้นในขณะที่ทำการกลับตัวให้เป็นไปตามกติกาข้อ 6.4 ตามปกติของการนอนหงายยังจะรวมไปถึงการเคลื่อนไหวโดยการกลิ้งของลำตัวขึ้นมา แต่ลำตัวต้องพลิกไม่เกิน 90 องศาจากแนวนอน ส่วนตำแหน่งของศีรษะไม่ได้กำหนดไว้

        ข้อ 6.3 ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนักว่ายน้ำ จะต้องโผล่พ้นผิวน้ำตลอดระยะทาง ที่ทำการแข่งขันอนุญาตให้นักว่ายน้ำดำอยู่ใต้น้ำระหว่างการกลับตัวขณะเข้าเส้นชัยระยะทางต้องไม่เกิน 15 เมตร หลังจากออกตัว และการกลับตัวแต่ละครั้ง โดยนับจากจุดที่ศีรษะโผล่พ้นผิวน้ำ

        ข้อ 6.4 เมื่อมีการกลับตัวนักว่ายน้ำจะต้องแตะผนังสระด้วยส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายระหว่างกลับตัวหัวไหล่อาจจะหมุนพลิกม้วนไปเป็นแนวตั้งฉากกับอก ภายหลังจากการดึงแขนเดียวหรือดึงแขนสองข้างพร้อมกันอย่างต่อเนื่องนักว่ายน้ำต้องออกจากผนังสระในท่านอนหงายปกติของแบบกรรเชียง

       ข้อ 6.5 ขณะเข้าเส้นชัยการแข่งขันนักว่ายน้ำต้องอยู่ในลักษณะนอนหงายจนกว่าจะแตะผนังสระ

ข้อ 7 การว่ายแบบกบ (BREASTSTROKE)

         ข้อ 7.1 จากการเริ่มต้นโดยการใช้แขนจังหวะแรกหลังจากการออกตัว และหลังจากการกลับตัวทุก ครั้งตลอดการแข่งขันลักษณะของลำตัวจะอยู่ในท่าคว่ำไม่อนุญาตให้นอนหงายการว่าย 1 รอบแขนคือใช้แขนได้ 1 ครั้งและเตะขาได้ 1 ครั้ง

         ข้อ 7.2 ตลอดเวลาการเคลื่อนไหวของแขนทั้งสองจะต้องทำพร้อมๆกันและอยู่ในระดับเดียว กันแขนทั้งสองจะไม่มีการเคลื่อนสลับกันขึ้นลง

         ข้อ 7.3 มือทั้งสองจะต้องพุ่งไปข้างหน้าพร้อม ๆ กันจากหน้าอกใต้น้ำหรือเหนือน้ำโดยที่ข้อศอก ต้องอยู่ใต้ผิวน้ำ ยกเว้นสำหรับช่วงสุดท้ายก่อนการกลับตัวระหว่างการกลับตัวจังหวะสุดท้ายขณะเข้าเส้นชัยส่วนการดึงกลับไปข้างหลังมือทั้งสองต้องอยู่ใต้ผิวน้ำมือทั้งสองข้างต้องไม่ดึงกลับหลังและเลยแนวของสะโพกไปยกเว้นระหว่างภายหลังจากการเริ่มต้นการใช้แขนจังหวะแรกและการกลับตัวแต่ละครั้ง

        ข้อ 7.4 ในระหว่างการว่ายทุกๆ รอบแขน บางส่วนของร่างกาย เช่น ศีรษะจะต้องโผล่พ้นผิวน้ำ หลังจากการออกตัว และหลังจากการกลับตัวทุกครั้งนักว่ายน้ำจะใช้แขน 1 ครั้งโดยผลักแขนมาด้านหลังเลยไปถึงขา ส่วนที่กว้างที่สุดของการว่ายน้ำในจังหวะที่สอง อนุญาตให้เตะขาผีเสื้อได้ 1 ครั้งตามด้วยการเตะขากบ ซึ่งต้องทำในขณะที่ตัวจมอยู่ในน้ำ ตามด้วยการเคลื่อนไหวของขาทั้งสองข้าง จะต้องกระทำพร้อมกันและอยู่ในแนวนอนระดับเดียวกัน โดยปราศจากการเคลื่อนไหวสลับกัน

       ข้อ 7.5 ในส่วนของการเตะขา เท้าทั้งสองจะต้องดึงกลับแล้วถีบออกด้านนอกในลักษณะเคลื่อนไปด้านหลังไม่อนุญาตให้เตะขาไขว้แบบกรรไกรแบบสลับขึ้น ลง หรือ เตะขาผีเสื้อ ยกเว้นข้อ 7.4 ยอมให้เท้าทั้งสองอยู่เหนือผิวน้ำได้ เพียงแต่ต้องไม่เตะขาผีเสื้อลง

       ข้อ 7.6 ในการกลับตัวแต่ละครั้ง และการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน การแตะขอบสระจะต้องทำด้วยมือทั้งสองข้างอย่างพร้อมกันจะอยู่เหนือหรือใต้ระดับผิวน้ำก็ได้ศีรษะอาจจะจมน้ำหลังจากดึงแขนจังหวะสุดท้ายก่อนจะแตะขอบสระและให้ศีรษะสัมผัสผิวน้ำในบางจุดระหว่างการว่ายจังหวะสุดท้ายที่ครบรอบสมบูรณ์หรือไม่ครบรอบก่อนที่จะแตะขอบสระ

ข้อ 8 การว่ายแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)

        ข้อ 8.1 ลำตัวให้อยู่ในลักษณะท่านอนคว่ำตั้งแต่การเริ่มต้นใช้แขนจังหวะแรกหลังจากการออกตัวและหลังจากการกลับตัวทุกๆ ครั้ง อนุญาตให้เตะขาใต้น้ำแบบด้านข้างได้ แต่ไม่อนุญาตให้กลิ้งลำตัวไปสู่การนอนหงาย

        ข้อ 8.2 แขนทั้งสองจะยกไปด้านหน้าพร้อมกันเหนือน้ำและดึงแขนกลับมาด้านหลังอย่างพร้อมกันตลอดการแข่งขัน ตามกติกาข้อ 8.5

        ข้อ 8.3 การเคลื่อนไหวขึ้น และลง ของขาทั้งสองจะต้องทำลักษณะพร้อม ๆ กันตำแหน่งของขาหรือเท้า ไม่จำเป็นต้องอยู่ในระดับที่เท่ากัน แต่จะไม่มีการเตะขาสลับกัน ไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวด้วยการถีบขากบ

        ข้อ 8.4 ในการกลับตัวแต่ละครั้ง และการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน การแตะขอบสระ จะต้องทำด้วยมือทั้งสองข้างอย่างพร้อมกัน จะอยู่เหนือหรือใต้ระดับผิวน้ำก็ได้

        ข้อ 8.5 การเริ่มต้น และการกลับตัวอนุญาตให้นักว่ายน้ำเตะขาหนึ่งครั้งหรือมากกว่า และดึงแขนใต้น้ำได้ 1ครั้งต้องนำตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำ จะอนุญาตให้นักว่ายน้ำอยู่ใต้น้ำอย่างเต็มที่ได้ในระยะ ทางไม่เกิน 15 เมตร หลังจากการปล่อยตัว และหลังจากการกลับตัวแต่ละครั้ง โดยนับจากจุด ที่ศีรษะจะต้องโผล่พ้นผิวน้ำ นักว่ายน้ำจะต้องว่ายอยู่บนผิวน้ำในระยะทางที่เหลือจนกว่าจะกลับตัวครั้งต่อไปหรือเข้าเส้นชัย

ข้อ 9 การว่ายแบบผลัดผสม (MEDLEY SWIMMING)

        ข้อ 9.1 ในรายการว่ายน้ำแบบเดี่ยวผสม นักว่ายน้ำแต่ละคน จะต้องว่ายให้ครบทั้ง 4 แบบ ตาม ลำดับดังนี้ แบบผีเสื้อ แบบกรรเชียง แบบกบ และแบบฟรีสไตล์

       ข้อ 9.2 ในรายการว่ายแบบผลัดผสม นักว่ายน้ำทั้งทีมจะต้องว่ายให้ครบทั้ง 4 แบบ ตามลำดับดังนี้ แบบกรรเชียง แบบกบ แบบผีเสื้อ และแบบฟรีสไตล์

       ข้อ 9.3 ในการว่ายแต่ละแบบการว่ายจะต้องปฏิบัติตามกติกาว่ายน้ำของแต่ละแบบท่าว่าย

ข้อ10 การแข่งขัน (THE RACE)

       ข้อ 10.1 นักว่ายน้ำจะต้องว่ายไปตลอดระยะทางด้วยตนเองจนครบระยะทางการแข่งขันจึงจะถือว่าถูกต้องตามกติกา

       ข้อ 10.2 นักว่ายน้ำจะต้องเข้าเส้นชัยในลู่ว่ายของตนซึ่งเป็นลู่ว่ายเดียวกันกับที่เริ่มต้นทำการแข่งขัน

       ข้อ 10.3 นักว่ายน้ำเมื่อทำการกลับตัวจะต้องให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายสัมผัสกับขอบสระการกลับตัวจะต้องทำจากพนังขอบสระ และไม่อนุญาตให้มีการเดิน หรือก้าวเดินออกจากพื้นสระ

       ข้อ10.4 การยืนยันพื้นสระระหว่างทำการแข่งขันท่าฟรีสไตล์หรือระหว่างการว่ายในส่วนฟรีสไตล์ ของรายการว่ายแบบผสม นักว่ายน้ำ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ แต่จะต้องไม่มีการเดินบนพื้นสระ

       ข้อ 10.5 ไม่อนุญาตให้มีการดึงลู่ว่าย

       ข้อ 10.6 การกีดขวางนักว่ายน้ำคนอื่นโดยการว่ายเข้าไปในลู่ว่ายอื่นหรือมีการบกวนอื่นๆ จะถูกตัดสิทธิ์ฐานละเมิดทำผิดกติกาโดยเจตนา ผู้ชี้ขาดจะรายงานการกระทำนั้นๆต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และต่อสโมสรต้นสังกัดของนักว่ายน้ำที่กระทำผิด

       ข้อ 10.7 ไม่อนุญาตให้นักว่ายน้ำใช้ หรือสวมใส่อุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะช่วยให้นักว่ายน้ำว่ายได้เร็วขึ้นทำให้ตัวลอยขึ้น หรือทำให้มีความทนทานขึ้นในระหว่างการแข่งขัน (ตัวอย่างเช่นถุงมือที่มีพังพืดระหว่างนิ้ว แผ่นดึงมือ ตีนกบ ฯลฯ) ให้สวมใส่ แว่นว่ายน้ำได้

       ข้อ 10.8 ห้ามนักว่ายน้ำคนใดที่ไม่ได้เข้าแข่งขันลงไปอยู่ในน้ำ ขณะที่กำลังทำการแข่งขันยังไม่

เสร็จสมบูรณ์หากผู้ใดฝ่าผืนจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ทำการแข่งขันในรายการที่เหลือของตนเองทั้งหมด

       ข้อ 10.9 การแข่งขันประเภททีมว่ายผลัดจะต้องมีผู้เข้าแข่งขันทีมละ 4 คน

       ข้อ 10.10 ในการแข่งขันว่าผลัดนักว่ายน้ำของทีมใดเท้าหลุดจากแท่นออกตัวก่อนที่เพื่อนร่วมทีม จะว่ายเข้ามาแตะผนังขอบสระ จะถูกตัดสิทธิ์

       ข้อ 10.11 ทีมว่ายผลัดที่ผู้ว่ายในทีมลงไปในสระ ขณะที่การแข่งขันกำลังดำเนินอยู่ก่อน ที่ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมจะเข้าเส้นชัยเรียบร้อยแล้วจะถูกตัดสิทธิ์ให้แพ้ฟาวล์ในการแข่งขันครั้งนั้นๆ

       ข้อ 10.12 ต้องมีการส่งรายชื่อในทีมว่ายผลัด และลำดับของนักว่ายน้ำก่อนการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันในทีมว่ายผลัดทุกทีมจะสามารถลงทำการแข่งขันได้เพียงครั้งเดียว การว่ายผลัดอาจมีการเปลี่ยนตัว และลำดับระหว่างการว่ายในรอบคัดเลือกและในรอบชิงชนะเลิศของรายการแข่งขันนั้นๆได้ทั้งนี้จะต้องมีราย ชื่อของนักว่ายน้ำอยู่ในรายการนั้น ข้อผิดพลาดในการส่งรายชื่อว่ายจะทำให้ถูกตัดสิทธิ์การสับเปลี่ยนตัว อาจจะทำได้เพียงอย่างเดียวคือ มีเอกสารกรณีฉุกเฉินในการแพทย์

      ข้อ 10.13 ผู้เข้าแข่งขันว่ายผลัดคนใดที่เสร็จสิ้นการว่ายในระยะทางแข่งขันจะต้องขึ้นจากสระทันที ทันใดเท่าที่จะเป็นได้ โดยต้องไม่กีดขวางผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่ยังว่ายไม่เสร็จสิ้น มิฉะนั้นจะถือว่าผู้เข้าแข่งขันคนนั้นหรือทีมนั้นกระทำผิดและจะถูกตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขัน

      ข้อ 10.14 ควรให้โอกาสแก่ผู้เข้าแข่งขัน ที่ถูกทำฟาวล์ จนทำให้การแข่งขันนั้นเกิดการเสียสิทธิ์ขึ้น ผู้ตัดสินชี้ขาดมีอำนาจในการอนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันคนนั้น แข่งขันใหม่ในรายการต่อไป หรือถ้าเป็นการทำผิดกติกา

      ข้อ 10.15 จะไม่อนุญาตให้ใช้สิ่งที่บอกความเร็ว ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ใดๆ หรือการวางแผน ซึ่งอาจจะมีผลต่อการแข่งขันได้

ข้อ11 การจับเวลา (TIMING)

         ข้อ 11.1 การใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น เวลาที่ได้มาจากอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ จะถูกนำมาใช้พิจารณาตัดสินหาผู้ชนะรวมทั้งการจัดลำดับ และเวลาของแต่ละลู่ด้วย ลำดับที่และเวลาที่ได้มาจากอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ จะนำมาใช้ในการพิจารณาตัดสินเป็นหลักก่อน เหนือกว่าผู้จับเวลาในรายการ ที่อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติปรากฏว่าเกิดขัดข้องหรือมีการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอุปกรณ์จับเวลามีความผิดพลาดความคลาดในการจับเวลาของนักว่ายน้ำ ก็จะนำผลเวลาที่บันทึกไว้จากผู้จับเวลามาพิจารณาให้ถือว่าเป็นเวลาทางการ (กติกา ข้อ 13.3)

         ข้อ 11.2 เมื่อใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติการบันทึกผลจะใช้เป็น 1/100 วินาที เท่านั้น หากมีการบันทึกเวลาเป็น 1/1000 วินาที จะไม่นำเอาทศนิยมตัวที่ 3 มาบันทึกหรือใช้ในการตัดสินเวลาหรือใช้ในการจัดลำดับที่ในรายการที่มีเวลาเท่ากันนักว่ายน้ำที่มีการบันทึกเวลาที่เวลาเท่ากัน 1/100 วินาที จะถูกจัดให้ได้ลำดับที่เท่ากัน ส่วนเวลาที่แสดงบนกระดานอิเล็กทรอนิกส์จะแสดงเวลา 1/100 วินาที เท่านั้น

         ข้อ 11.3 การจับเวลาที่ใช้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จับเวลาจะต้องมีการตรวจสอบนาฬิกาจับเวลา ว่าถูกต้อง เสียก่อนซึ่งการจับเวลาด้วยนาฬิกามือ จะต้องใช้ผู้จับเวลา 3 คน ที่ได้รับแต่งตั้ง หรือมีการรับรองจากคณะ กรรมการในประเทศนั้นๆ นาฬิกาจับเวลาทุกเรือน จะถูกทดสอบความเที่ยงตรง จนเป็นที่พอใจ จากคณะ กรรมการชุดดังกล่าว การจับเวลาโดยกรรมการจะต้องมีการบันทึกเวลาโดยใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่งของเศษวินาที ดังนั้นกรณีที่ไม่มีการใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ เวลาที่ได้ จากกรรมการจับเวลาอย่างเป็นทาง การ จะมีหลักการพิจารณาดังต่อไปนี้

                     ข้อ 11.3.1 ถ้านาฬิกาจับเวลาสองเรือนในสามเรือน เวลาเท่ากันและนาฬิกาเรือนที่สาม เวลาแตกต่างออกไป จะใช้เวลาจากนาฬิกาสองเรือนที่เท่ากันเป็นเวลาทางการ

                     ข้อ 11.3.2 ถ้านาฬิกาจับเวลาสามเรือนมีเวลาแตกต่างกันออกไปจะใช้เวลาจากนาฬิกาเรือนที่มีเวลาระหว่างกลาง เป็นเวลาทางการ

                     ข้อ 11.3.3 กรณีที่มีนาฬิกาสองเรือน(2) ทำงานจากนาฬิกาสาม เรือน(3) จะใช้ค่า เฉลี่ย เป็นเวลาทางการ

        ข้อ 11.4 หากนักว่ายน้ำได้กระทำผิดกติกา ในระหว่าง หรือกำลังจะทำการแข่งขัน เช่นนี้จะต้อง

บันทึกเหตุ ที่มีการตัดสิทธิ์ ในใบรายงานผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แต่จะต้องไม่มีการบันทึกเวลาหรือลำดับที่หรือประกาศให้ทราบ

        ข้อ 11.5 ในกรณีของทีมว่ายผลัดที่ถูกตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขัน ต้องมีการบันทึกเวลาที่เป็นทางการให้กับทีมว่ายผลัดที่ถูกตัดสิทธิ์ด้วย

        ข้อ 11.6 จะต้องบันทึกผลการว่ายในระยะทาง 50 เมตร และ 100 เมตร สำหรับนักว่ายน้ำคนแรกในการว่ายทีมผลัดและประกาศในผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

ข้อ 12 สถิติโลก (WORLD RECORDS)

          ข้อ 12.1 สำหรับการบันทึกสถิติโลกในสระที่มีความยาว 50 เมตร จะจำแนกตามระยะทางและท่าว่าย ทั้งชายและหญิง ดังต่อไปนี้

                        แบบฟรีสไตล์ 50,100,200,400,800, และ 1,500 เมตร

                        แบบกรรเชียง 50,100, และ 200 เมตร

                        แบบกบ 50,100 และ 200 เมตร

                   แบบผีเสื้อ 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบเดี่ยวผสม 200 และ 400 เมตร

                        แบบผลัดฟรีสไตล์ 4X100 และ 4X200 เมตร

                        แบบผลัดผสม 4X100 เมตร

          ข้อ 12.2 สำหรับการบันทึกสถิติโลกในสระที่มีความยาว 25 เมตร จะจำแนกตามระยะทาง และท่าว่าย ทั้งชายและหญิง ดังต่อไปนี้

                        แบบฟรีสไตล์ 50,100,200,400,800 และ 1,500 เมตร

                        แบบกรรเชียง 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบกบ 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบผีเสื้อ 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบเดี่ยวผสม 200 และ 400 เมตร

                        แบบผลัดฟรีสไตล์ 4X100 และ 4X200 เมตร

                        แบบผลัดผสม 4X100 เมตร

          ข้อ 12.3 ผู้เข้าแข่งขันในทีมว่ายผลัด จะต้องเป็นสัญชาติเดียวกัน

          ข้อ 12.4 ในการรับรองสถิติทุกครั้ง จะต้องทำในการแข่งขัน หรือมีบุคคลใดขอจับเวลาโดยไม่มีคู่ แข่งขันก็ได้ โดยจัดในที่สาธารณะ และประกาศต่อสาธารณชนให้ทราบโดยโฆษณาผ่านสื่อมวลชนไม่น้อยกว่าสามวันก่อนที่จะทำการจับเวลาในรายการของบุคคลที่ขอจับเวลานั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบ โดยสมาชิกเสียก่อน เช่นเดียวกับผลการทดสอบเวลาในระหว่างการแข่งขัน ต้องมีการโฆษณาผ่านสื่อ มวลชนไม่น้อยกว่าสาม (3) วันก่อนที่จะมีทำการจับเวลาต่อไปหรือไม่ทำก็ตาม

          ข้อ 12.5 อุปกรณ์สนาม ลู่ว่าย

                       ข้อ 12.5.1 ความยาวของลู่ว่ายแต่ละลู่ต้องได้การรับรองจากผู้ตรวจสอบหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการหรือมีการรับรองโดยสมาชิกของกลุ่มประเทศที่จัดการแข่งขัน

                       ข้อ 12.5.2 เมื่อมีการใช้อุปกรณ์กั้นกลางสระแบบเคลื่อนที่จะต้องมีการวัดระยะทางของแต่ละลู่ให้ถูกต้องและให้ที่ประชุมรับรองผลสรุปการตรวจวัดให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ดำเนินการแข่งขัน

         ข้อ 12.6 สถิติโลกจะยอมรับเวลาที่ได้จากรายการจับเวลาด้วยอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติหรือกึ่ง อัตโนมัติ ในกรณีที่อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์

         ข้อ 12.7 เวลาที่จับได้ซึ่งเท่ากันจาก 1/100 ของวินาที จะถูกพิจารณาให้มีสถิติเท่ากันและนักว่ายน้ำจะได้รับเวลาที่เท่ากัน จะถือว่า “เป็นผู้ชนะร่วมกัน” เวลาของผู้ชนะจากการแข่งขันจะได้รับการยอมรับเป็นสถิติโลกในรายการที่มีสถิติเท่ากันหลายคนจากการแข่งขัน นักว่ายน้ำแต่ละคนจะได้รับการพิจารณาเป็นผู้ชนะเช่นเดียวกัน

         ข้อ 12.8 นักว่ายน้ำคนแรกในการว่ายผลัดสามารถร้องขอการทำสถิติโลกได้โดยนักว่ายน้ำคนแรกในการว่ายทีมผลัดจะต้องว่ายในระยะทางของตนเองให้ครบการบันทึกเวลาจะเป็นไปตามที่ร้องขอเฉพาะในส่วนของนักว่ายน้ำคนแรกเท่านั้น การว่ายของนักว่ายน้ำคนแรก จะไม่เป็นโมฆะหากภายหลังมีนักว่ายน้ำคนหนึ่งคนใดในทีมว่ายผลัด ได้ปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนกติกา หลังจากการที่นักว่ายน้ำคนแรก ว่ายในระยะ ทางของตนเองครบ

         ข้อ 12.9 นักว่ายน้ำที่เข้าแข่งขันในประเภทบุคคลสามารถร้องขอการทำสถิติโลกในระยะทางที่เขาจะว่าย ถ้าตัวนักว่ายน้ำ หรือผู้ฝึกสอนหรือผู้จัดการทีม ได้มีการร้องขอต่อผู้ชี้ขาด เป็นกรณีพิเศษ โดย เฉพาะอย่างยิ่งถ้านักว่ายน้ำที่มีความสามารถจะทำเวลาได้ดีหรือถ้าสามารถทำเวลาได้ในขณะทำการแข่งขัน โดยใช้การจับเวลาด้วยอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ โดยที่นักว่ายน้ำจะต้องว่ายให้ครบระยะทางที่กำหนดอย่างสมบูรณ์ในรายการแข่งขันที่มีการร้องขอการบันทึกเวลาในระยะทางนั้น

        ข้อ 12.10 การยื่นคำร้องสำหรับขอทำสถิติโลกจะต้องทำการกรอกแบบคำร้องอย่างเป็นทางการของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ (ดูในตัวอย่าง)โดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบขององค์กรหรือคณะกรรมการจัด การแข่งขัน และลงนามรับรองโดยผู้แทนที่รับการมอบอำนาจจากผู้แทน ของประเทศนักว่ายน้ำผู้นั้น การรับ รองให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎข้อบังคับรวมทั้งการรับรองผลของการตรวจสารกระตุ้นที่เป็นลบ (กติกา DC 5.3.2) ใบคำร้องจะต้องส่งมายังเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติภายใน 14 วันหลังจากแข่งขัน

        ข้อ 12.11 การยืนยันผลการทำสถิติโลกจะต้องรายงานผลทางโทรเลขโทรสารหรือสำเนาผลการแข่งขันมายังเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ภายใน 7 วันหลังจากที่มีทำสถิติเสร็จสิ้นแล้ว

        ข้อ 12.12 ถ้ามีความจำเป็นผู้แทนของประเทศที่นักว่ายน้ำมีการทำสถิติโลกสังกัดอยู่ จะต้องรายงานการแข่งขันโดยจดหมายถึงเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติเกี่ยวกับรายละเอียด และการแข่งขันที่เกิด ขึ้น เพื่อเป็นการยืนยันว่าการรายงานของเจ้าหน้าที่เป็นความจริงตามที่เสนอโดยให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามรับรองให้เขียนใบคำร้องอย่างเป็นทางการส่งมาให้พิจารณาตามขั้นตอนโดยให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามรับรอง

        ข้อ 12.13 หลังจากที่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการได้มีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดในใบคำร้องจนเป็นที่พอใจ รวมถึงการรับทราบผลการตรวจสารกระตุ้น ว่าเป็นลบเพื่อให้เกิดความถูกต้องชัดเจน เลขาธิการ สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจึงจะแถลงข่าวรับรองเป็นสถิติโลกใหม่โดยมีพิมพ์โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ทราบและออกใบประกาศนียบัตรรับรองสถิติให้กับนักว่ายน้ำผู้นั้น

       ข้อ 12.14 สถิติทั้งหมดที่ทำระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) การแข่งขันชิงแชมป์โลก (World Championships) และการแข่งขันชิงถ้วยเกียรติยศของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ จะถูกรับรองโดยอัตโนมัติ

       ข้อ 12.15 ถ้าไม่สามารถทำตามขั้นตอนตามกติกาข้อ 12.9 ผู้แทนของประเทศที่นักว่ายน้ำนั้น ๆ สามารถร้องเรียนให้รับรองสถิติโลก และชี้แจงสาเหตุที่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ภายหลังที่มีตรวจสอบพบข้อร้องเรียนเป็นความจริงมีเหตุผลที่เหมาะสมเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจะเป็นผู้มีอำนาจในการรับรองสถิตินั้น

       ข้อ 12.16 ถ้าการขอรับรองสถิติโลกได้การรับการยอมรับ จากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจะออกประกาศนียบัตรซึ่งลงนามโดยประธาน และเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ โดยจะส่งไปยังเลขาธิการสมาคมว่ายน้ำของประเทศนักว่ายน้ำผู้นั้นเพื่อที่จะได้ทำการมอบให้นักว่ายน้ำผู้นั้น เพื่อเป็นการแสดงความยินดีในความสามารถของเขา สำหรับประกาศนียบัตรในประเภททีมว่ายผลัด กำหนดแจกไว้เพียง ห้าคน ในการทำสถิติโลก ใบประกาศนียบัตรนี้ให้ไว้เฉพาะแก่นักว่ายน้ำเท่านั้น

แบบฟอร์มการขอทำสถิติโลก

                        1. แบบท่าว่าย (ฟรีสไตล์ กรรเชียง ผีเสื้อ กบ หรือ เดี่ยวผสม)

                        2. ระยะทางการแข่งขัน

                        3. ขนาดของสระว่ายน้ำ (1 เที่ยว ) 25 เมตร 50 เมตร

                        4. ชื่อนักว่ายน้ำ และชื่อประเทศ

                        5. รายชื่อทีมว่ายผลัด ตามลำดับการแข่งขัน 1………………………………..

                        2………………………………..

                        3………………………………..

                        6. วันที่ ในการแข่งขัน

                        7. เวลา ขณะที่แข่งขัน

                        8. บริษัท ที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องจับเวลา อัตโนมัติ

                        9. ชื่อเมือง ที่จัดการแข่งขัน และชื่อสระว่ายน้ำที่ใช้ในการแข่งขัน

                       10. ชื่อขององค์กรที่รับรองในการแข่งขัน

                       11. ผู้ตรวจสอบในการวัดความยาวของสระว่ายน้ำ

                       12. สภาพของน้ำ ความใส อุณหภูมิ ในสระที่แข่งขัน

                       13. สระว่ายน้ำ กลางแจ้ง หรือ ในร่ม

                       14. มีการตรวจสารกระตุ้น ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากการแข่งขัน หรือไม่

                             – สถานที่ตรวจสารกระตุ้น……………………….

                             – ชื่อผู้ทำการตรวจ………………………………..

                      15. ข้อคิดเห็นในการประชุมเกี่ยวกับข้อบังคับของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาขาติ

                            – ชื่อผู้ชี้ขาด………………………

                            – ลายเซ็นผู้ชี้ขาด………………..

                            หลักฐานทั้งหมดจะต้องส่งไปยัง เลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ เป็นไปตาม กติกาข้อ 12

           หมายเหตุ การตรวจสอบในแบบฟอร์ม การขำทำสถิติโลก และใบรับรองผลการตรวจสารกระตุ้นที่เป็นลบ จะต้องมีคู่กัน ตามกติกา ข้อ 12.9 และ DC 5.3.2

ข้อ 13 การทำงานของอุปกรณ์แบบอัตโนมัติ (AUTOMATIC OFFICLATING PROCEDURE)

          ข้อ 13.1 เมื่อมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ (FR 4) ไม่ว่าการแข่งขันใด ๆ ก็ตาม การพิจารณาลำดับที่ และเวลา และการกระโดดในการว่ายผลัด จะให้ความสำคัญของผลการแข่งขัน ที่ได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติมากกว่าผลของผู้จับเวลา

          ข้อ 13.2 เมื่ออุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติเกิดขัดข้องในการบันทึกลำดับที่และหรือ เวลา ของนักว่ายน้ำหนึ่งคนหรือมากกว่า ให้กระทำดังต่อไปนี้

                       ข้อ 13.2.1 ให้นำผลบันทึกจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ ที่เกี่ยวกับเวลาว่ายและลำดับที่ในการว่าย เท่าที่มีอยู่ทั้งหมดมาพิจารณา

                       ข้อ 13.2.2 ให้นำผลจากผู้จับเวลา และผลลำดับที่จากกรรมการเส้นชัยทั้งหมด มาพิจารณา

                       ข้อ 13.2.3 ลำดับการพิจารณาอย่างเป็นทางการ เท่าที่จะทำได้ให้เป็นไปตามนี้

                       ข้อ 13.2.3.1 ให้คงเวลา และลำดับที่ของนักว่ายน้ำที่สามารถจับได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับนักว่ายน้ำคนอื่น ๆ ที่มีเวลาและลำดับที่ได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ ในการแข่งขันรายการเดียวกัน

                       ข้อ 13.2.3.2 นักว่ายน้ำที่ไม่มีลำดับที่จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ แต่มีเวลาจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ จะพิจารณาจากข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยมีการเปรียบเทียบเวลาจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติของเขากับเวลาของนักว่ายน้ำคนอื่น ๆ จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ

                      ข้อ 13.2.3.3 นักว่ายน้ำที่ไม่มีทั้งลำดับที่ และเวลา จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ จะพิจารณาจากข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกันของเขาโดยพิจารณาจากบันทึกเวลาของอุปกรณ์จับเวลากึ่งอัตโนมัติ หรือจากนาฬิกาจับเวลาระบบตัวเลข 3 เรือน

      ข้อ 13.3 เวลาอย่างเป็นทาง จะพิจารณาตามลำดับดังต่อไปนี้

                      ข้อ 13.3.1 เวลาที่ได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติให้ถือว่าเวลาที่ได้นั้นเป็นเวลาอย่างเป็นทางการของนักว่ายน้ำทุกคน

                      ข้อ 13.3.2 กรณีที่ไม่มีเวลาจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติจะใช้เวลาจากนาฬิกาจับเวลาตัวเลข3 เรือน หรือใช้เวลาจากอุปกรณ์จับเวลากึ่งอัตโนมัติเป็นเวลาอย่างเป็นทางการของนักว่ายน้ำทุกคน

        ข้อ 13.4 การพิจารณาลำดับที่ ของการแข่งขันในรอบคัดเลือกที่มีหลายชุดเสร็จสิ้นแล้วนำผลมารวมกัน ให้ปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

                      ข้อ 13.4.1 นำข้อมูลของนักว่ายน้ำทุกคนมาพิจารณาโดยการนำเวลาอย่างเป็นทางการมาเปรียบเทียบกัน

                      ข้อ 13.4.2 ถ้านักว่ายน้ำมีเวลาอย่างเป็นทางการซึ่งเท่ากัน หนึ่งคนหรือมากกว่านักว่ายน้ำเหล่านี้ จะมีเวลาและลำดับที่เท่ากัน เมื่อเสร็จสิ้นในรายการแข่งขันนั้น ๆ


                [1] งานพัฒนาวิชาการและสื่อการสอน, กอง. (2550). กติกาว่ายน้ำ. กรุงเทพฯ : ฝ่ายพัฒนาบุคลากรกีฬาและการทะเบียน การกีฬาแห่งประเทศ