หลักของความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุ จากแหล่งน้ำ และการโดยสารทางน้ำ

 

             กิจกรรมทางน้ำมิได้จำกัดอยู่แต่ในบริเวณสระว่ายน้ำที่เดียวเท่านั้นยังมี สถานที่ในการประกอบกิจกรรมทางน้ำอีกหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นชายทะเล  บึงใหญ่ หรือแม่น้ำ หรือ บริเวณ น้ำตก ตลอดจนการเดินทางทางน้ำ ผู้ศึกษาการว่ายน้ำควร มีหลักยึดในการประกอบกิจกรรมเพื่อป้องกันภัยอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา   วาสนา คุณาอภิสิทธิ์ เรียบเรียงหลักความปลอดภัยในการป้องกันอุบัติเหตุทางน้ำไว้ดังนี้ คือ6    เนื่องจากมนุษย์ชอบใช้เวลาว่าง และการเปลี่ยนกิจวัตรประจำวันไปในที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เวลาว่างไปกับกิจกรรมทางน้ำ จึงทำให้เกิดปัญหาการจมน้ำตาย คนที่ต้องสูญเสียชีวิตไปในน้ำก็ด้วยสาเหตุจากความไม่เชื่อถือ และไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำหรือกฎของความปลอดภัยนั่นเอง ฉะนั้นไม่ว่าจะมีส่วนร่วมกิจกรรมทางน้ำใดๆ ก็ตาม ต้องคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดกับทุกคนได้อยู่เสมอ อุบัติเหตุ การจมน้ำตายจะเกิดขึ้นแถบชายทะเล  แม่น้ำ น้ำตก บึง ทะเลสาบ เกิดได้ทุกที่และมากกว่าสระว่ายน้ำเสียอีก ข้อควรระวังมีดังนี้ 

             1.  อย่าปล่อยให้เด็กเล่นน้ำตามลำพัง 

             2.   อย่าให้เด็กเล่นในน้ำที่มีความลึกมาก

             3.   เลือกใช้เรือต้องดูสภาพที่ปลอดภัยที่สุด 

             4.   ต้องเลือกอุปกรณ์ที่ดีมีคุณภาพและความปลอดภัย

             5.   อย่าว่ายน้ำใกล้กับท่าหรือโขดหินในขณะที่มีคลื่นแรง

             6.  ไม่ควรว่ายน้ำตอนกลางคืนหากเลี่ยงไม่ได้ควรระมัดระวังยิ่งขึ้น

             7.   อย่าบรรทุกเรือหนักเกินไป เรือส่วนใหญ่จะบอกว่าบรรทุกได้กี่คน

 8.   พยายามสังเกตคนอื่นๆ ที่เล่นน้ำอยู่ด้วย คอยระวังเหตุให้กันและกัน

             9.  ไปในทะเลต้องมีชูชีพสวมไว้ตลอดเวลาเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว

             10.  ถ้าชายหาดสงบเงียบควรมีเพื่อนไปด้วยเผื่อเวลาฉุกเฉินเพื่อนอาจช่วยได้ 

             11.  ควรบอกเพื่อนว่าเช่าเรือไปไหนให้ข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้องเมื่อเกิดการสูญหาย 

             12.  ก่อนลงเรือต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับระดับน้ำกระแสน้ำและสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เสียก่อน

             13.  ต้องมองดูรอบๆเสียก่อน เพื่อที่จะได้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่ท่านกระโดดลงไป 

             14.  ควรสวมชูชีพหรือห่วงยาง หรือแพยางที่ผูกล่ามไว้กับหลักเพราะสามารถลอยไปกับกระแสน้ำได้ง่าย

             15.  อย่าเอามือกดศีรษะคนอื่นให้จมน้ำ เพราะจะทำให้เกิดความกลัว ความไม่มั่นใจ จะทำให้ว่ายน้ำไม่เป็น

             16.  ก่อนว่ายน้ำในทะเล ต้องศึกษาเสียก่อนว่าสภาพของระดับน้ำและกระแสน้ำเป็นอย่างไร ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่น้ำจะขึ้นจะลง 

             17.  อย่าว่ายน้ำหลังจากรับประทานอาหารอิ่มไปใหม่ๆ ต้องรอจนกว่า 45-60 นาทีผ่านไปมิฉะนั้นจะเป็นตะคริวสำหรับเด็กๆ

             18.  ถ้าออกไปพายเรือ ควรจะชวนเพื่อนไปด้วย และอย่าพายเรือไปใกล้ๆท่าเรือ เสาหรือโขดหิน ต้องสวมเสื้อชูชีพ หมวกกันน๊อคไว้ด้วย

 19.  การออกไปตกปลาคนเดียวอาจเกิดอันตรายได้ อย่าตกปลาใกล้ๆโขดหิน ที่คลื่นกระแทกแรงๆ หรือตกปลาในที่ไม่สามารถจะยืนถึง หรือลึกเกินไป

 20.   พยายามว่ายน้ำให้ขนานชายฝั่งทะเล อย่าว่ายออกไปในทะเลตรงๆ เพราะ   อาจเกิดอันตรายและจะว่ายน้ำทวนกระแสน้ำขึ้นฝั่งจะใช้แรงมากกว่าว่ายออกจากฝั่ง

 21.   ระมัดระวัง เกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในบริเวณที่มีคนหนาแน่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ครีบ การใช้รองเท้ามนุษย์กบ การใช้ท่อหายใจ การใช้หน้ากาก

 22.   ปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของการใช้ชายหาด ระมัดระวังเกี่ยวกับสัญลักษณ์เตือนภัยต่างๆ  เช่น ธง เสา อย่างเคร่งครัด เช่นธงแดงอย่าว่ายเลยออกไปจะไม่ปลอดภัย

             23.   ตรวจสอบอยู่เสมอว่า บริเวณที่จะว่ายน้ำมีพื้นที่ปลอดภัยเพียงพอ โดยถามคนที่อยู่บริเวณนั้น หรือสอบถามผู้ดูแลชายหาด หรือตำรวจท่องเที่ยว หรือผู้รักษาความปลอดภัย

             25.   ระมัดระวังอันตรายอื่นๆ เช่น เรือใบ กระดานโต้คลื่น เพราะเรือไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ในทันทีทันใด และไม่สามารถสังเกตเห็นคนที่กำลังว่ายน้ำอยู่ได้ชัดเจน

             26.  เรือล่มไม่ควรตกใจจนเกินเหตุ ให้ครองสติให้ดีอย่าพยายามว่ายเข้าหาฝั่งควรหาสิ่งยึดถอดเสื้อผ้าที่หนาออกบ้าง หรือส่วนสำคัญเพื่อให้ร่างกายไม่สูญเสียความอบอุ่นเคลื่อนไหวให้น้อยเพื่อออมแรงไว้สำหรับแก้ปัญหาใดๆ 

        

การจัดระบบการควบคุมความปลอดภัยจากการประกอบกิจกรรมทางน้ำ

 

             การประกอบกิจกรรมทางน้ำมีขั้นตอนที่ละเอียดและ ค่อนข้างยุ่งยากเพราะเด็กที่เรียนว่ายน้ำเมื่อมาสระแล้วจะตื่นเต้น และ มักจะเล่นกันเพลินมักจะลืมข้อตกลงด้านระเบียบ และข้อควรปฏิบัติ สิ่งสำคัญครู ผู้ฝึก และผู้เกี่ยวข้องต้องมีระบบหรือมาตรการในการจัดให้เป็นระเบียบ ปลอดภัยในระหว่างประกอบกิจกรรมเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้

             กองยุวกาชาด  กรมพลศึกษา เรียบเรียงหลักการจัดระบบการควบคุมความปลอดภัยเกี่ยวกับกิจกรรมทางน้ำไว้ดังนี้  คือ 7

 เมื่อลงน้ำในเวลาเดียวกันจำเป็นต้องมีระบบ  ครูผู้ควบคุมหรือผู้สอนจำเป็นต้องวางกฎเกณฑ์ข้อกำหนดต่าง ๆ  สำหรับระบบความควบคุมความปลอดภัย มีอยู่หลายรูปแบบแล้วแต่จะเห็นสมควรนำไปใช้อย่างไร หรือจะใช้หลาย ๆ วิธี เช่น 

 1.     ระบบการสำรวจ (Checking  System)  เชคจำนวนให้แน่ชัดว่า มีผู้ว่ายน้ำกี่คนให้กระทำก่อนจะลงน้ำ  และเมื่อเลิกว่ายน้ำแล้วว่ามีครบตามจำนวนที่ลงไปหรือไม่ อาจใช้วิธีนี้ 

         1.1   การเรียกชื่อ โดยวิธีการเรียกชื่อทีละคน หรือจะแบ่งเป็นกลุ่มโดย     ให้หมายเลขประจำตัวไว้  หรือสำรวจจากหัวหน้าแถวดูแลภายในแถวว่ามากี่คนขาดกี่คนใครบ้าง  แล้วรายงานให้ครูหรือผู้ควบคุมทราบ 

         1.2   คัดเลือกแบ่งกลุ่มตามความสามารถของผู้ว่ายน้ำ ว่าอยู่ในระดับใด  ออกเป็นกลุ่ม ๆ ตามความสามารถ  เช่น  ว่ายน้ำไม่เป็น  พอใช้  หรือในระดับดี  แ ล้วสำรวจจำนวนตามกลุ่มว่ามีกี่คน  ใครบ้างจัดตั้งหัวหน้ากลุ่มไว้ช่วยสำรวจอีกครั้ง 

          1.3  ใช้กระดานสำรวจ (Check Board)  ต้องมีแผ่นกระดานใกล้กับที่ว่ายน้ำโดยผู้ว่ายน้ำสำรวจตนเองก่อนและหลังว่ายน้ำทุกคนมีหมายเลขของตน เพื่อความสะดวกในการ    จดจำ ก่อนลงน้ำผู้ว่ายจะต้องนำห่วงหมายเลขของตนเองไปคล้องในช่องตามหมายเลข และต้องนำห่วงมาคล้องในช่วงที่ขึ้นจากสระห้ามหยิบป้ายห่วงนี้แทนกันให้ไว้ตามช่องของตนตามกำหนด

   2.     การสำรวจโดยการใช้สวมหมวก เพื่อแสดงความสามารถในการว่ายน้ำ     ผู้ว่ายน้ำลึกได้เก่งให้สวมหมวกสำหรับว่ายน้ำผู้ที่ว่ายน้ำไม่เก่งไม่ต้องสวมหมวก กำหนดเขตของ     ผู้ว่ายไว้ใช้ลู่แบ่งเขตโดยให้เห็นอย่างชัดเจน

   3.     วิธีจับคู่ (Buddy  System)  ก่อนลงน้ำให้ผู้ว่ายจับคู่กันเป็นคู่ ๆ ให้จำให้ได้ว่าคู่กับใคร 

   4.     วิธีแบ่งเขตใช้ทุ่นลอยหรือลู่แบ่งเขตน้ำตื้น-น้ำลึก ไว้ให้เห็นโดยชัดเจน  กำหนดให้คนที่ว่ายน้ำยังไม่แข็งอยู่ทางด้านน้ำตื้น

          สถานที่ และสภาพแวดล้อมสุขภาพร่างกาย และสภาพการบริการเป็นสิ่งที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ทุกขณะ  การป้องกันและการเรียนรู้ ที่มาของเหตุที่จะนำไปสู่ความเสี่ยง ต่อชีวิตแล้วย่อมเป็นสิ่งที่มีคุณประโยชน์ การหามาตรการต่าง ๆ และเลือกสรรวิธีที่เหมาะสมกับ  กาลเวลา สถานที่  ย่อมดีกว่าการประมาทผลที่ตามมาเป็นความเสียหายต่อชีวิตได้         

 

                           เครื่องอำนวยความสะดวก และอุปกรณ์  (Facilities  and  Supplies)

 

   วีระ  มนัสวานิช   เรียบเรียงถึงเครื่องอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ที่ใช้ในการ    ส่งเสริมในการเรียนว่ายน้ำไว้ดังนี้  คือ 8  ว่ายน้ำ เป็นการเรียนโดยการกระทำ (Learning by doing) ผู้เรียนจะต้องปฏิบัติจริงจึงจะเกิดทักษะ จะต้องอาศัยเครื่องอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ ต่าง ๆ เป็นสื่อ สามารถช่วยให้    การเรียนการสอนดำเนินไปได้ราบรื่น เกิดทักษะการเรียนเร็วและจูงใจ ว่ายน้ำเป็นกิจกรรมที่ผู้เรียนอยู่ในน้ำเกือบตลอดเวลา สิ่งที่จำเป็นและสำคัญยิ่ง ในการรักษาชีวิตของผู้ว่ายน้ำให้ปลอดภัยคืออุปกรณ์  ผู้สอนจะต้องจัดหาและเตรียมไว้ให้เพียงพอกับจำนวนผู้เรียน มีความแข็งแรง ได้มาตรฐาน และมั่นใจ ช่วยเพิ่มทักษะ และมีความปลอดภัยต่อผู้เรียน 

   1.     เครื่องอำนวยความสะดวก (Facilities)  หมายถึง สิ่งที่ช่วยให้การเรียนการสอนดำเนินไปด้วยความราบรื่น และจำเป็นมีดังนี้  คือ

                     1.1  สระว่ายน้ำ

                     1.2  ตู้เก็บของ

            1.3  ห้องอาบน้ำ 

         1.4  ที่วางรองเท้า 

         1.5  ชั้นวางผ้าเช็ดตัว 

         1.6  ห้องน้ำ ห้องส้วม 

         1.7  ห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว

     1.8  อ่างล้างเท้า (ใส่สารเคมี) 

     1.9  สถานที่นั่งพักผ่อนของผู้ปกครอง

                     1.10  เครื่องอำนวยความสะดวกดังกล่าว  ควรแยกระหว่างผู้ชาย และผู้หญิง 

               2.     อุปกรณ์ (Equipment) ที่ช่วยในการฝึกง่ายต่อการเรียนรู้ที่จำเป็นมีดังนี้

                     2.1   ชุดว่ายน้ำ ควรใช้ชุดที่เบาไม่อุ้มน้ำ 

                     2.2   แว่นตากันน้ำ  ช่วยป้องกันน้ำเข้าตา 

                     2.3   ยางอุดหู ใช้ใส่ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าหู  

                     2.4   ผ้าเช็ดตัวควรเลือกขนาดใหญ่สามารถใช้เช็ดตัว 

                     2.5   ผ้าขนหนูขนาดเล็กมีไว้เพื่อเช็ดศีรษะและผมให้แห้ง 

                     2.6   โฟมใช้ลอยตัว  ใช้ในการฝึกเตะขา  ฝึกแขน  และการหายใจ  

                     2.7    หมวกกันผม ป้องกันเส้นผมร่วงและไปอุดตันเครื่องกรองน้ำ  

                     2.8   หวี ใช้เมื่อขึ้นจากสระ อาบน้ำสระผม เช็ดศีรษะเรียบร้อยแล้ว 

                     2.9   ไม่ใช้หน้ากากดำน้ำ  ตีนกบ  และท่อช่วยหายใจ  ในสระว่ายน้ำมาตรฐาน

               3.  วัสดุสิ้นเปลือง(Supplies)  คือสิ่งของที่ใช้แล้วสิ้นเปลืองอย่างรวดเร็วไม่คงทนถาวรราคาถูกกว่าอุปกรณ์ที่จำเป็น  มีดังนี้

                     3.1   ครีมทาผิว  ใช้เมื่อขึ้นจากสระ อาบน้ำสระผม 

                     3.2   แป้งฝุ่น  ใช้เมื่อเช็ดตัวเรียบร้อยแล้ว ใช้ทาเพื่อขจัดความชื้น 

                     3.3   สบู่และยาสระผม ใช้ก่อนลงสระทุกครั้ง เพื่อชำระล้างเหงื่อไคล

            1 คณะผู้จัดทำ รวมกฎ กติกา และพื้นฐานการเล่น. หน้า 7-14.

2  วีระ มนัสวานิช.    เทคนิคการว่ายน้ำสำหรับนักว่ายน้ำครูและผู้สอน.   2537.  หน้า 6-8.

3 วาสนา  คุณาอภิสิทธิ์. ว่ายน้ำกีฬาสำหรับทุกคน. 2529. หน้า 25-27.

4 หน่วยศึกษานิเทศก์ กรมพลศึกษา.  เล่มเดิม.  หน้า 6

5 วีระ  มนัสวานิช.  เล่มเดิม.  หน้า 3-6

6 วาสนา  คุณาอภิสิทธิ์. ว่ายน้ำกีฬาสำหรับทุกคน. 2529.  หน้า 185

7 กองยุวการชาด กรมพลศึกษา.   เล่มเดิม.   หน้า 116-117

8 วีระ มนัสวานิช.  เล่มเดิม.  หน้า  8-9