17 ธันวาคม

กฎข้อบังคับกติกาว่ายน้ำ

กฎข้อบังคับกติกาว่ายน้ำ

กติกากีฬาว่ายน้ำฟีน่า ปี พ.ศ. 2548 – 2552 (FINA SWIMMING RULES 2005 – 2009)[1]

ข้อ 1 การจัดการแข่งขัน (MANAGEMENT OF COMPETITIONS)

         ข้อ 1.1 คณะกรรมการดำเนินการแข่งขัน ที่แต่งตั้งขึ้นมา และได้รับการรับรองจากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติมีอำนาจเหนือผู้ตัดสินชี้ขาด กรรมการตัดสิน หรือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ และมีอำนาจสั่งให้เลื่อนรายการแข่งขันได้ภายใต้ขอบเขตที่บัญชาไว้ในกติกา

         ข้อ 1.2 ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) การแข่งขันชิงแชมป์โลก (World Championships) คณะกรรมการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ จะเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการและเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการแข่งขันอย่างน้อยที่สุด ดังต่อไปนี้

                      ผู้ตัดสินชี้ขาด 1 คน

                      ผู้ควบคุมอุปกรณ์อัตโนมัติ 1 คน

                      กรรมการดูฟาวล์ 4 คน

                      ผู้ปล่อยตัว 2 คน

                      หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว 2 คน (อยู่คนละด้านของสระ) 2 คน

                      กรรมการดูการกลับตัว (อยู่ด้านละ 1 คน ของแต่ละลู่)

                      หัวหน้าผู้บันทึก 1 คน

                      ผู้รับรายงานตัว 2 คน

                      กรรมการเชือกฟาล์ว 1 คน

                      ผู้ประกาศ 1 คน

                      ข้อ 1.2.1 สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ และรายการอื่นๆ คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะแต่งตั้งกรรมการ และเจ้าหน้าที่ ตำแหน่งต่าง ๆ ในจำนวนเท่ากันหรือน้อยกว่ากันได้โดยได้รับความเห็นชอบจากผู้ที่มีอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ

                      ข้อ 1.2.2 การแข่งขันถ้าไม่สามารถใช้อุปกรณ์แบบอัตโนมัติได้จะต้องมีการแต่งตั้งกรรม การเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นคือหัวหน้าผู้จับเวลา 1 คน ผู้จับเวลาลู่ละ 3 คน และมีกรรมการจับเวลาสำรองอีก 2 คน

                      ข้อ 1.2.3 หัวหน้าเส้นชัย 1 คน กรรมการเส้นชัยอย่างน้อยลู่ละ 1 คน ให้ใช้ในกรณีไม่สามารถใช้อุปกรณ์อัตโนมัติและ/หรือ นาฬิกาทั้ง 3 เรือน ไม่ทำงาน

                      ข้อ 1.3 สระว่ายน้ำ และอุปกรณ์การแข่งขันด้านทางเทคนิคที่ใช้ สำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค และการแข่งขันว่ายน้ำชิงแชมป์โลก จะต้องได้รับการตรวจสอบ และรับรองตามขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนจะทำการแข่งขันว่ายน้ำ จากผู้แทนสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติร่วมกับคณะกรรมการฝ่ายเทคนิคกีฬาว่ายน้ำ

          ข้อ 1.4 อุปกรณ์กล้องวีดีโอใต้น้ำ ที่ใช้เกี่ยวข้องกับโทรทัศน์ อุปกรณ์เหล่านี้ จะต้องมีระบบควบ คุมการทำงาน และจะต้องไม่กีดขวางการมองเห็น หรือกีดขวางทางนักว่ายน้ำ และต้องไม่เปลี่ยนองค์ ประกอบของสระ หรือบดบังเครื่องหมายตามที่สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติกำหนดไว้

  ข้อ 2 กรรมการเจ้าหน้าที่ (OFFICIALS)

          ข้อ 2.1 ผู้ตัดสินชี้ขาด (Referee)

                      ข้อ 2.1.1 ผู้ตัดสินชี้ขาดจะเป็นผู้ควบคุมและมีอำนาจเหนือกรรมการ และเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเป็นผู้พิจารณามอบหมายหน้าที่ และให้คำแนะนำกับเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับงานที่มีลักษณะพิเศษ หรือระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวกับการแข่งขันเพื่อให้การตัดสินเป็นไปตามกฎกติกา ของสหพันธ์ว่ายน้ำนานา ชาติ และจะต้องตัดสินปัญหาทั้งหมดที่มีความเกี่ยวข้องตามสภาพความเป็นจริงที่พบเห็นจากการแข่งขันหรือจากผู้ทำการแข่งขันการตัดสินขั้นสุดท้ายจะถือว่าสิ้นสุดจะเปลี่ยนแปลงการตัดสินเป็นอย่างอื่นไม่ได้

                      ข้อ 2.1.2 ผู้ชี้ขาดต้องมองดูทุกช่วงขณะทำการแข่งขัน เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามกติกา การแข่งขัน และจะสามารถวินิจฉัยในกรณีที่มีการประท้วง ที่อาจจะเกิดขึ้นเกี่ยวกับการแข่งขันได้

                      ข้อ 2.1.3 เมื่อการตัดสินของกรรมการเส้นชัย กรรมการผู้จำเวลาไม่ตรงกับผู้ตัดสินชี้ขาด จะเป็นผู้กำหนดลำดับที่ให้ และถ้าอุปกรณ์อัตโนมัติสามารถทำงานได้ตามปกติให้พิจารณาตัดสินได้ตามกติกาข้อ 13

                      ข้อ 2.1.4 ผู้ตัดสินชี้ขาดจะต้องมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนอยู่ในตำแหน่งที่จะสามารถ

ควบคุมการแข่งขันได้อย่างถูกต้อง และจะเป็นผู้พิจารณาแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สำรองเข้าแทนที่ เมื่อเจ้าหน้าที่นั้นๆ ไม่อยู่หรือมีจำนวนไม่เพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่

                      ข้อ 2.1.5 ในการเริ่มต้นการแข่งขันแต่ละรายการ ผู้ตัดสินขี้ขาดจะเป็นผู้ให้สัญญาณแก่ผู้เข้าแข่งขันโดยการเป่านกหวีดเสียงสั้นๆ เพื่อเตือนให้ผู้เข้าแข่งขันถอดเสื้อวอร์ม หรือใส่แว่น เพื่อเตรียม พร้อมจากนั้นจะเป่านกหวีดเสียงยาว เพื่อสั่งให้ผู้เข้าแข่งขันประจำที่ ที่ส่วนหลังแท่นกระโดด (ถ้าเป็นการแข่งขันว่ายน้ำแบบกรรเชียง และว่ายแบบผลัดผสมให้ผู้เข้าแข่งขันลงไปในสระทันที) การเป่านกหวีดยาวอีกครั้งจะใช้สำหรับการแข่งขันแบบกรรเชียงและว่ายแบบผลัดผสม เมื่อผู้เข้าแข่งขันและเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ พร้อม ผู้ตัดสินจะให้สัญญาณ ให้ผู้ปล่อยตัวทราบโดยเหยียดแขนออกไปยังผู้ปล่อยตัว การเหยียดแขนจะคงอยู่ในลักษณะอย่างนั้น จนกระทั่งได้มีการปล่อยตัวออกไป

                      ข้อ 2.1.6 ผู้ชี้ขาดจะตัดสิทธิ์นักว่ายน้ำไม่ว่าคนไหนก็ตามถ้าพบว่ามีการกระทำผิดกติกา

การแข่งขันหรือได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบการตัดสิทธิ์ทุกๆ กรณีขึ้นอยู่การตัดสินใจของผู้ชี้ขาด

          ข้อ 2.2 ผู้ควบคุมดูแลห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ (Control – room Supervisor)

                      ข้อ 2.2.1 ผู้ควบคุมห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ ต้องตรวจตราเครื่องจับเวลาอัตโนมัติ รวมถึงจับเวลาสำรอง

                      ข้อ 2.2.2 ผู้ควบคุมห้องจับเวลาอัตโนมัติต้องรับผิดชอบตรวจเชคผลการแข่งขันที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ว่าถูกต้องหรือไม่

                      ข้อ 2.2.3 ผู้ควบคุมดูแลห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ มีหน้าที่รับผิดชอบการตรวจสอบ การกระโดดออกตัวระหว่างผู้ว่ายผลัดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่พิมพ์ออกมาและรายงานให้ผู้ตัดสินชี้ขาดทราบทุกครั้งที่มีการฟาวล์ในการออกตัวก่อนของการว่ายผลัดเกิดขึ้น

                      ข้อ 2.2.4 ผู้ควบคุมห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ สามารถที่จะตรวจสอบพิจารณาการกระโดดออกตัวก่อนอีกครั้ง เพื่อเป็นการยืนยันจากเครื่องจับเวลาสำรองเมื่อมีข้อสงสัย

                      ข้อ 2.2.5 ผู้ควบคุมห้องอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติจะคอยดูแลการสละสิทธ์หลังการแข่ง ขันในรอบคัดเลือก หรือรอบชิงชนะเลิศ แล้วส่งผลการแข่งขันรายชื่อผู้ที่ทำลายสถิติขึ้นมาใหม่ และดูแลการแข่งขันบนสกอร์บอร์ดอย่างถูกต้อง

          ข้อ 2.3 ผู้ปล่อยตัว (Starter)

                      ข้อ 2.3.1 ผู้ปล่อยตัวจะมีอำนาจควบคุมนักว่ายน้ำอย่างเต็มที่ หลังจากผู้ตัดสินชี้ขาดได้ให้สัญญาณกลับมายังผู้ปล่อยตัว(กติกาข้อ 2.1.5)จนกระทั่งการแข่งขันได้เริ่มขึ้นการเริ่มต้นจะต้องดำเนินไปตามกติกาข้อ 4

                      ข้อ 2.3.2 ผู้ปล่อยตัวจะต้องรายงานต่อผู้ตัดสินชี้ขาดทราบ เมื่อมีนักว่ายน้ำถ่วงเวลาใน การถ่วงเวลาในการปล่อยตัว มีเจตนาไม่เชื่อฟังคำสั่งหรือกระทำผิดมารยาทในการเข้าประจำที่ผู้ตัดสินชี้ขาดสามารถตัดสิทธิ์นักว่ายน้ำที่มีเจตนาถ่วงเวลา หรือกระทำผิดมารยาทได้

                      ข้อ 2.3.3 เพื่อให้การปล่อยตัวมีความถูกต้องยุติธรรมจึงให้ผู้ปล่อยตัวมีอำนาจเต็มที่ในการตัดสินใจ เพียงแต่อยู่ภายใต้การควบคุม การตัดสินใจของผู้ชี้ขาด

                      ข้อ 2.3.4 ในการปล่อยตัวแต่ละรายการผู้ปล่อยตัวจะยืนด้านข้างของสระห่างจากขอบสระประมาณ 5 เมตรด้านที่ใช้ปล่อยตัวอยู่ในตำแหน่งที่ผู้จับเวลาสามารถมองเห็นหรือได้ยินเสียงสัญญาณปล่อยตัวได้ชัดเจน และนักว่ายน้ำทุกคนก็ต้องสามารถได้ยินเสียงสัญญาณปล่อยตัวชัดเจนด้วย

          ข้อ 2.4 ผู้รับรายงานตัว (Clerk of Course)

                      ข้อ 2.4.1 ผู้รับรายงานตัวต้องรวบรวมนักว่ายน้ำจัดเรียงลำดับก่อนหลัง ของแต่ละรายการ

                      ข้อ 2.4.2 ผู้รับรายงานตัว ต้องรายงานต่อผู้ตัดสินชี้ขาดในกรณีมีข้อความที่เห็นว่าการละเมิดการโฆษณาเกินกว่าที่กำหนด (GR 6) และกรณีที่นักว่ายน้ำไม่มารายงานตัวเมื่อมีการเรียกแล้ว

          ข้อ 2.5 หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว (Chief Inspector of Turns)

                      ข้อ 2.5.1 หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว ต้องมั่นใจว่ากรรมการดูการกลับตัวทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับอย่างสมบูรณ์ได้ตลอดในระหว่างทำการแข่งขัน

                      ข้อ 2.5.2 หัวหน้ากรรมการดูการกลับตัว จะรับฟังการรายงานเมื่อมีการกระทำผิดกติกาเกิดขึ้นจากกรรมการดูการกลับตัวและ จะต้องส่งรายงานให้ผู้ตัดสินชี้ขาดทราบทันที

          ข้อ 2.6 กรรมการดูการกลับตัว (Inspector of Turns)

                      ข้อ 2.6.1 กรรมการดูการกลับตัวจะถูกกำหนดให้ประจำลู่ว่ายน้ำอยู่ด้านหัวสระและท้ายสระ ด้านละ 1 คน

                      ข้อ 2.6.2 กรรมการดูการกลับตัวแต่ละคน จะต้องมั่นใจว่านักว่ายน้ำไม่ได้ฝ่าฝืนกติกาเกี่ยวกับการกลับตัวโดยเริ่มดูจากการใช้แขนในช่วงสุดท้ายก่อนที่จะแตะขอบสระและจบลงอย่างสมบูรณ์ของการใช้แขนช่วงแรกหลังจากการกลับตัวแล้ว กรรมการดูการกลับตัวที่ประจำด้านหัวสระและท้ายสระจะต้องมั่นใจว่า นักว่ายน้ำปฏิบัติการกลับตัวเป็นไปตามกติกา โดยจากจุดเริ่มต้น และจุดสุดท้ายของการใช้แขนช่วงแรกได้อย่างสมบูรณ์ กรรมการดูการกลับตัวที่ประจำตัวที่ประจำด้านเส้นชัย จะต้องมั่นใจว่านักว่ายน้ำได้เข้าเส้นชัยโดยแตะขอบสระเป็นไปอย่างถูกต้องตามกติกา

                      ข้อ 2.6.3 ในรายการแข่งขันประเภทบุคคลระยะทาง 800 เมตร และ 1,500 เมตร กรรมการดูการกลับตัวแต่ละคนที่ประจำอยู่ท้ายสระ จะต้องบันทึกจำนวนเที่ยวที่ว่าย ไปแล้วของนักว่ายน้ำในลู่ของตนเองและต้องแจ้งจำนวนเที่ยวที่เหลือ ให้นักว่ายน้ำทราบด้วยป้ายแสดงบอกจำนวนเที่ยว หรืออาจใช้อุปกรณ์กึ่งอัตโนมัติรวมทั้งป้ายแสดง บอกจำนวนเที่ยวใต้น้ำ ก็ได้

                      ข้อ 2.6.4 กรรมการดูการกลับตัวที่ประจำเส้นชัยจะต้องเป็นผู้ให้สัญญาณเตือนเมื่อนักว่ายน้ำในลู่ของตนว่ายมาเหลือระยะทางก่อนถึงขอบสระ5 เมตรก่อน2 เที่ยวสุดท้ายที่จะสิ้นสุดการว่ายประเภทบุคคลระยะทาง 800 เมตรและ 1,500 เมตรและต้องให้สัญญาณเตือนหลังจากนักว่ายน้ำกลับตัวจนกระทั่งถึงตรงแนวเชือกธงบอกระยะทาง 5 เมตร เหนือลู่สัญญาณที่เตือนจะใช้นกหวีดหรือเสียงระฆังก็ได้

                      ข้อ 2.6.5 กรรมการดูการกลับตัวแต่ละคน ที่ประจำด้านหัวสระจะต้องดูแลในรายการว่ายผลัดว่าในช่วงรอยต่อนักว่ายน้ำออกตัวจากแท่นกระโดดก่อนที่นักว่ายน้ำคนก่อนได้แตะขอบสระแล้วหรือยังเมื่อมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติสามารถนำมาเป็นเครื่องช่วยตัดสินในการออกตัวในการว่ายผลัด โดยจะให้เป็นไปตามกติกา ข้อ 13.1

                      ข้อ 2.6.6 กรรมการดูการกลับตัว จะต้องรายงานการทำผิดกติกาต่าง ๆ โดยการเขียนรายละเอียดลงในแบบฟอร์มเช่นรายการแข่งขันหมายเลขลู่ว่าย และสาเหตุของการทำผิดกติกาให้กับหัว หน้าผู้ดูการกลับตัว เพื่อที่จะรายงานผลดังกล่าวกับผู้ตัดสินชี้ขาดทราบทันที

           ข้อ 2.7 กรรมการดูฟาวล์ (Judges of Stroke)

                       ข้อ 2.7.1 กรรมการดูฟาวล์ จะอยู่ด้านข้างของสระแต่ละด้าน

                       ข้อ 2.7.2 กรรมการดูฟาวล์แต่ละคนจะต้องเข้าใจกติกาการแข่งขันเกี่ยวกับแบบของการว่ายแต่ละประเภทเป็นอย่างดี และจะต้องดูการกลับตัวและการเข้าเส้นชัย เพื่อช่วยกรรมการดูการกลับตัวด้วย

                       ข้อ 2.7.3 กรรมการดูฟาวล์ จะต้องรายงานการทำผิดระเบียบต่าง ๆ ต่อผู้ตัดสินชี้ขาดโดยบันทึกรายละเอียดลงในใบบันทึกแจ้งถึงรายการแข่งขันหมายเลขลู่ว่าย ชื่อผู้เข้าแข่งขันและสาเหตุของการกระทำผิดกติกา

           ข้อ 2.8 หัวหน้ากรรมการจับเวลา (Chief Timekeeper)

                       ข้อ 2.8.1 หัวหน้ากรรมการจับเวลา เป็นผู้กำหนดตำแหน่งที่นั่งสำหรับกรรมการผู้จับเวลาแต่ละลู่ ให้ทำหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละลู่ว่ายจะมีกรรมการจับเวลา 3 คนถ้าเกิดกรณีนาฬิกาจับเวลาเรือนใดเกิดขัดข้องไม่สามารถใช้งานได้ในระหว่างการแข่งขัน จะต้องใช้ผู้จับเวลาสำรอง 2 คนที่แต่งตั้งไว้แล้วโดยให้คนใดคนหนึ่งจะต้องทำหน้าที่แทนในกรณีที่นาฬิกาของผู้จับเวลาคนใดไม่ทำงานหรือไม่หยุด ในระหว่างการแข่งขัน หรือด้วยเหตุผลอื่นใดที่ผู้จับเวลาไม่สามารถจับเวลาได้ เมื่อมีการใช้นาฬิกาจับเวลาแบบตัวเลข 3 เรือนต่อลู่ ให้สรุปผลโดยเอาเวลาและลำดับที่ มาพิจารณา โดยยึดเอาเวลาที่ได้เป็นหลัก

                       ข้อ 2.8.2 หัวหน้าผู้จับเวลาจะเป็นผู้รวบรวมใบบันทึกเวลาจากผู้จับเวลา จากผู้จับเวลาจากทุกลู่ว่ายใบบันทึกเวลาที่แสดงผลเวลา ถ้าหากมีความจำเป็นก็ขอตรวจสอบกับนาฬิกาเรือนนั้นได้

                       ข้อ 2.8.3 หัวหน้ากรรมการจับเวลาจะต้องตรวจสอบเวลาอย่างเป็นทางการในใบบันทึกแต่ละลู่ว่ายทุกครั้ง

            ข้อ 2.9 กรรมการจับเวลา (Timekeepers)

                        ข้อ 2.9.1 กรรมการจับเวลาแต่ละคนจับเวลาผู้เข้าแข่งขันในลู่ของตนที่รับผิดชอบให้เป็นไปตามกติกาข้อ 11.3 ส่วนนาฬิกาจับเวลานั้นจะต้องได้รับการรับรอง จากคณะกรรมการดำเนินการแข่งขัน

                        ข้อ 2.9.2 กรรมจับเวลาแต่ละคนจะกดเวลาเริ่มต้น เมื่อสัญญาณปล่อยตัวเริ่มขึ้นและกดเวลาให้หยุดเมื่อนักว่ายน้ำในลู่ว่ายของตนเองว่ายเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ผู้จับเวลาอาจจะแนะนำให้จากหัวหน้าผู้จับเวลาให้บันทึกเวลาแต่ละเที่ยวไปด้วยหากการแข่งขันรายการนั้นระยะทางเกินกว่า 100 เมตร ก็ได้

                        ข้อ 2.9.3 ทันทีที่การแข่งขันสิ้นสุดลง กรรมการจับเวลาในแต่ละลู่ว่าย จะต้องบันทึกเวลาของตนลงในใบบันทึกเวลา และมอบให้กับหัวหน้ากรรมการจับเวลา และถ้ามีข้อสงสัยก็สามารถตรวจ สอบเวลาอีกได้ และจะต้องให้ตรวจสอบได้ทันทีกรรมการจับเวลาจะต้องไม่ลบเวลาของตนจน กระทั่งได้รับสัญญาณจากหัวหน้ากรรมการจับเวลาหรือผู้ตัดสินชี้ขาดให้ลบเวลาหรือผู้ตัดสินชี้ขาดให้ลบเวลา

                        ข้อ 2.9.4 นอกจากจะมีการใช้ระบบกล้องบันทึกภาพโทรทัศน์สำรองไว้ ผู้จับเวลาก็ยังมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้การจับเวลาเกิดสมบูรณ์ถึงแม้ว่าจะมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติอยู่แล้วก็ตาม

           ข้อ 2.10 หัวหน้ากรรมการเส้นชัย (Chief Finish Judge)

                         ข้อ 2.10.1 หัวหน้ากรรมการเส้นชัยจะเป็นผู้มอบหมายให้กรรมการเส้นชัย ที่ประจำเส้นชัยแต่ละคน อยู่ในตำแหน่งที่กำหนดไว้

                         ข้อ 2.10.2 หลังจากเสร็จสิ้นการแข้งขันแต่ละรายการหัวหน้ากรรมการเส้นชัยจะต้องรวบรวมผลในใบบันทึกจากกรรมการเส้นชัยทุกคน และให้จัดผลการลำดับที่ การเข้าเส้นชัย พร้อมลงชื่อรับรองผล เพื่อที่จะนำส่งโดยตรงต่อผู้ตัดสินชี้ขาด

ข้อ 2.10.3 เมื่อมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่ตัดสินการเข้าเส้นชัย ในการแข่งขัน หัวหน้ากรรมการเส้นชัยจะต้องบันทึกลำดับที่การแข่งขันที่ใบบันทึก ด้วยเครื่องมืออัตโนมัติภายหลังจากแข่งขันแต่ละรายการได้สิ้นลง

           ข้อ 2.11 กรรมการเส้นชัย (Finish Judges)

                         ข้อ 2.11.1 กรรมการเส้นชัย จะต้องนั่งประที่ ที่อัฒจันทร์เส้นชัย ที่ตั้งอยู่แนวเดียวกับเส้นชัยและอยู่ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นเส้นชัยได้อย่างชัดเจน นอกจากในกรณีที่มีการใช้อุปกรณ์แบบอัตโนมัติ เพื่อแบ่งความรับผิดชอบในลู่ว่ายที่ได้รับมอบหมายโดยการกดปุ่มสัญญาณของการแตะเส้นชัยของผู้ว่ายในลู่ของตนเท่านั้น

                         ข้อ 2.11.2 หลังจากการแข่งขันแต่ละรายการ กรรมการเส้นชัยจะต้องตัดสินใจ และรายงานลำดับที่ของนักว่ายน้ำตามที่ได้รับมอบหมาย กรรมการเส้นชัยจะทำหน้าที่ในการกดปุ่มเท่านั้น จะไม่มีกระทำหน้าที่เหมือนกรรมการจับเวลา

          ข้อ 2.12 เจ้าหน้าที่ควบคุมผลการแข่งขัน (Desk Control)

                        ข้อ 2.12.1 หัวหน้าผู้บันทึกมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบผลการแข่งขันที่พิมพ์มาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือผลของเวลา และลำดับที่ในแต่ละรายการที่ได้รับมาจากผู้ชี้ขาด หัวหน้าผู้บันทึก จะต้องลงลายมือชื่อในผลการแข่งขันร่วมกับลายมือชื่อของผู้ตัดสินชี้ขาด

                        ข้อ 2.12.2 ผู้บันทึกต้องควบคุมตรวจสอบการขอสละสิทธิ์หลังจากแข่งขันรอบคัดเลือกหรือรอบชิงชนะเลิศ เก็บเอกสารผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ การรับรองผลที่มีการทำสถิติขึ้นใหม่ทุกรายการ

         ข้อ 2.13  คำตัดสินของกรรมการและเจ้าหน้าที่ (Officials’ Decision Making)

                        ข้อ 2.13.1 กรรมการเจ้าหน้าที่ต่างๆ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ จะต้องตัดสินใจอย่างอิสระเป็นของตนเองในการตัดสินปัญหาต่างๆ ไม่ขึ้นอยู่กับผู้ใดนอกเสียจากว่าปัญหานั้นๆ กติกาได้บอกไว้อย่างชัดเจนแล้ว

ข้อ 3 การจัดลู่ว่ายน้ำในรอบคัดเลือก และรอบชิงชนะเลิศ (SEEDING OF HEATS, SEMI-FINALS AND FINALS)

           การจัดลู่ว่ายทุกรายการ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค การแข่งขันชิงแชมป์โลก การแข่งระดับทวีป และรายการอื่น ๆ ของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจะต้องดำเนินการจัดลู่ว่ายให้เป็นไปดังนี้

           ข้อ 3.1 รอบคัดเลือก (Heats)

                       ข้อ 3.1.1 จัดเวลาที่ดีที่สุดของผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคนที่ส่งมาในใบสมัครที่เคยทำภายในกำหนดเวลาไม่เกิน12 เดือน ก่อนวันแข่งขันโดยจะต้องส่งใบสมัคร และรายการแข่งขันพร้อมกับเวลาต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขันส่วนนักว่ายน้ำที่ไม่ได้ส่งเวลาจะถูกพิจารณาให้เป็นผู้ที่มีเวลาช้าที่สุดและถูกจัดให้อยู่ในลำดับท้ายสุดในบัญชีรายชื่อนักว่ายน้ำ ที่ส่งเวลามาเท่ากันหรือนักว่ายน้ำที่ไม่ได้ส่งเวลามา ถ้ามีมากกว่า 1 คนจะพิจารณาการจัดลำดับโดยการจับฉลาก นักว่ายน้ำถูกจัดให้อยู่ในลู่ว่ายตามขั้นตอนของกติกาข้อ3.1.2 นักว่ายน้ำถูกจัดให้ว่ายในรอบคัดเลือก ขึ้นอยู่กับการพิจารณาเวลาตามวิธีการดัง ต่อไปนี้

                                      ข้อ 3.1.1.1 ถ้ามีเพียงชุดเดียว การจัดลู่ว่ายดำเนินการเหมือนการจัดการการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ

                                      ข้อ 3.1.1.2 ถ้ามี 2 ชุด นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วที่สุดจะอยู่ในชุดที่ 2 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 2 จะอยู่ในชุดที่ 1 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 3 จะอยู่ในชุดที่ 2 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 4 จะอยู่ในชุดที่ 1 โดยจัดการสลับชุดอย่างนี้จนครบ

                                      ข้อ 3.1.1.3 ถ้ามี 3 ชุด นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วที่สุดจะอยู่ในชุดที่ 3 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 2 จะอยู่ในชุดที่ 2 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 3 จะอยู่ในชุดที่ 1 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 4 จะอยู่ในชุดที่ 3 นักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 5 จะอยู่ในชุดที่ 2 และนักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 6 จะอยู่ในชุดที่ 1 ว่ายน้ำที่ว่ายเร็วลำดับที่ 7 จะอยู่ในชุดที่ 3 โดยจัดการสลับชุดอย่างนี้จนครบ

                                      ข้อ 3.1.1.4 ถ้ามี 4 ชุดหรือมากกว่าใน 3 ชุดสุดท้ายการแข่งขันจะจัดลู่ว่ายตามกติกา ข้อ 3.1.1.3 ส่วนชุดที่ 4 จะประกอบไปด้วยนักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วถัดไปสำหรับในชุดที่ 5 จะประกอบไปด้วยนักว่ายน้ำที่ว่ายเร็วถัดต่อไปอีกในชุดต่อ ๆ ไป ก็เช่นกันในการจัดลู่ว่ายจะพิจารณาตาม ลำดับเวลา ภายในแต่ละชุด โดยรูปแบบการจัดต้องสอดคล้องตามกติกาข้อ 3.1.2

                                      ข้อ 3.1.1.5 ข้อยกเว้นเมื่อรอบคัดเลือกมี 2 ชุดหรือมากกว่าในแต่ละรายการจะ ต้องมีนักว่ายน้ำไม่น้อยกว่า 3 คน ในแต่ละชุด แต่ภายหลังมีการสละสิทธิ์ ดังนั้นจะเหลือนักว่ายน้ำในชุดน้อยกว่า 3 คน ก็ได้

                       ข้อ 3.1.2 ยกเว้นในรายการแข่งขัน 50 เมตร ในสระ 50 เมตร การพิจารณาลู่ว่ายจะจัด (ลู่ว่ายที่ 1 จะต้องอยู่ทางขวามือของสระ เมื่อยืนหันหน้าจากจุดหัวสระไปยังปลายสระ) ลำดับนักว่ายน้ำหรือทีม ที่ว่ายเร็วที่สุด ในลู่กลางของสระว่ายน้ำตามจำนวนลู่ว่ายหรืออยู่ในลู่ว่ายที่ 3 หรือ 4 ในสระว่ายน้ำที่มีลู่ว่าย 6 หรือ 8 ลู่ ตามลำดับส่วนนักว่ายน้ำที่มีเวลาเร็วลำดับถัดไปอยู่ทางซ้ายมือ ของนักว่ายน้ำคนแรกต่อ จากนั้นคนอื่นๆ ก็จัดสลับขวาและซ้ายให้เป็นไปลำดับเวลาส่วนนักว่ายน้ำที่มีเวลาเท่ากันจะทำการจับฉลาก เพื่อจัดลู่ว่าย ตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว

                                     ข้อ 3.1.3 เมื่อมีรายการแข่งขัน 50 เมตร ในสระ 50 เมตร การแข่งขันการจะอยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการจัดการแข่งขันโดยให้แต่ละคนจากเริ่มต้นว่ายจากจุดเริ่มตามปกติ ไปยังจุดกลับตัวท้ายสระหรือเริ่มต้นจากจุดกลับตัวท้ายสระไปยังจุดเริ่มต้นหัวสระขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น มีอุปกรณ์อัตโนมัติเพียงพอหรือไม่ ตำแหน่งผู้ปล่อยตัวเหมาะสมหรือไม่และอื่นๆ คณะกรรมการจัด การแข่งขัน ควรพิจารณาอย่างรอบคอบในการกำหนดจุดเริ่มต้นให้แน่นอน และชี้แจงให้นักว่ายน้ำทราบก่อนที่จะเริ่มทำการแข่งขันเกี่ยวกับการจัดลู่ว่ายน้ำ ก็ให้ดำเนินการไปตามปกติ รวมทั้งการเริ่มต้นและการเข้าเส้นชัย ไม่ว่าจุดเริ่มต้นจะอยู่ที่หัวสระและท้ายสระก็ตาม

           ข้อ 3.2 รอบรองชนะเลิศและรองชิงชนะเลิศ (Semi-Finals and Finals)

                       ข้อ 3.2.1 ในรอบรองชนะเลิศ จะให้ดำเนินการไปตามกติกา ข้อ 3.1.1.2

                       ข้อ 3.2.2 หากไม่มีรอบคัดเลือก การจัดลู่ว่าย จะให้ดำเนินการไปตามกติกา ข้อ 3.1.2 ถ้าหากมีรอบคัดเลือก หรือรอบรองชนะเลิศ การจัดลู่ว่าย จะให้ดำเนินการไปตามกติกา ข้อ 3.1.2 เป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ยังใช้เวลาเป็นตัวกำหนดในการจัดชุดนั้น ๆ

                       ข้อ 3.2.3 ในรายการแข่งขันที่มีนักว่ายน้ำในชุดเดียวกันหรือต่างชุดกันมีเวลาที่ได้จากการแข่งขันเท่ากันในอัตราส่วน 1/100 วินาที สำหรับลำดับที่ 8 หรือ อันดับที่ 16 เท่ากันจะต้องทำการว่ายใหม่ เพื่อหานักว่ายน้ำที่ลำดับสูงกว่าเข้าไปแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศสำหรับการว่ายใหม่เพื่อจัดลำดับที่ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงหลังจากนักว่ายน้ำแข่งขันรอบคัดเลือกเสร็จสิ้นลงเช่นเดียว กันการว่ายใหม่เพื่อจัดลำดับที่ จะเกิดขึ้นอีก ถ้าหากเวลายังเท่ากันอีก

                       ข้อ 3.2.4 หากมีนักว่ายน้ำ 1 คนหรือมากกว่าถอนตัวออกจากการแข่งขันในรอบรองชนะ เลิศ หรือรอบชิงชนะเลิศนักว่ายน้ำที่สำรองไว้เข้าแทนโดยพิจารณาจากการจัดลำดับในรอบคัดเลือก หรือรอบรองชนะเลิศรายการแข่งขันนั้นๆ ต้องมีการจัดเรียงลำดับใหม่และต้องจัดทำเอกสารแจ้งรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงหรือการเปลี่ยนตัวให้ทราบ การจัดลู่ว่ายใหม่เป็นไปตามกติกาในข้อ 3.1.2

            ข้อ 3.3 ในการแข่งขันอื่น ๆ บางทีอาจใช้ระบบการจับฉลาก สำหรับการจัดลู่ว่ายก็ได้

    ข้อ 4 การเริ่มต้นการแข่งขัน (THE START)

            ข้อ 4.1 การเริ่มต้นในการแข่งขันการว่ายแบบฟรีสไตล์ การว่ายแบบกบ การว่ายแบบผีเสื้อ และการว่ายแบบเดี่ยวผสมจะเริ่มจากการกระโดดข้างบนแท่น โดยเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณแรกนกหวีดเป่ายาว (กติกา 2.1.5) จากผู้ชี้ขาด นักว่ายน้ำจะก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นปล่อยตัวและพักอยู่บนนั้น เมื่อมีคำสั่งของผู้ปล่อยตัวให้ “ เข้าที่ ” (take you marks) นักว่ายน้ำทุกคนจะต้องรีบเข้าไปอยู่ในตำแหน่งของการตั้งต้นทันทีโดยที่ต้องมีเท้าอย่างน้อยหนึ่งข้างอยู่ที่ปลายสุดของแท่นตั้งต้น ส่วนตำแหน่งของแขนนั้นไม่กำหนด เมื่อนักว่ายน้ำทั้งหมดอยู่ในลักษณะนิ่ง ผู้ปล่อยตัวจะให้สัญญาณปล่อยตัว

           ข้อ 4.2 การเริ่มต้นในการแข่งขันการว่ายแบบกรรเชียง และการว่ายแบบผลัดผสมจะเริ่มต้นจากในน้ำโดยเมื่อผู้ชี้ขาดเป่านกหวีดยาวครั้งหนึ่ง (กติกา 2.1.5) นักว่ายน้ำจะต้องรีบลงไปในน้ำทันทีผู้ชี้ขาด เป่านกหวีดยาวครั้งที่สองนักว่ายน้ำจะต้องไม่ถ่วงเวลา โดยต้องรับกลับเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเริ่มต้นทันที (กติกา 6.1) เมื่อนักว่ายน้ำทั้งหมดเข้าประจำตำแหน่งเริ่มต้นแล้ว ผู้ปล่อยตัวจะออกคำสั่งให้ “เข้าที่” (take your marks) นักว่ายน้ำทั้งหมดอยู่จะต้องอยู่ในลักษณะนิ่งผู้ปล่อยตัวให้สัญญาณปล่อยตัว

          ข้อ 4.3 ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค (Olympic Games) การแข่งขันชิงแชมป์โลก (World Championships) และรายการแข่งขันอื่น ๆ ของสหพันธ์ว่ายน้ำสมัครเล่นนานาชาติ (FINA) จะใช้คำสั่งปล่อยตัวเป็นภาษาอังกฤษว่า“Take your marks” และในการปล่อยตัวจะต้องมีเครื่องขยายเสียงติดตั้งในแต่ละแท่นกระโดดออกตัว

         ข้อ 4.4 นักว่ายน้ำคนใดที่ออกตัวก่อนสัญญาณปล่อยตัวจะดังขึ้นจะถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่ง ขัน ถ้าเสียงสัญญาณปล่อยตัวดังก่อนมีนักว่ายน้ำกระทำผิด จะปล่อยให้การแข่งขันจะดำเนินต่อไปจนการว่ายเสร็จสิ้นลงและนักว่ายน้ำหนึ่งคนหรือหลายคนก็ตามที่กระทำผิดจะถูกตัดสิทธิ์หลังจากการแข่งขันถ้าหากมีการกระทำผิด ก่อนสัญญาณปล่อยตัว จะไม่มีการให้สัญญาณปล่อยตัว แต่จะเรียกนักว่ายน้ำทั้งหมดที่เหลืออยู่มาปล่อยตัวใหม่อีกครั้ง

  ข้อ 5 การว่ายแบบฟรีสไตล์ (FREESTYLE)

          ข้อ 5.1 การว่ายแบบฟรีสไตล์หมายถึงรายการแข่งขันนั้น กำหนดให้นักว่ายน้ำอาจจะว่ายรูปแบบใดก็ได้ยกเว้นในรายการว่ายเดี่ยวผสมหรือว่ายเดี่ยวผสมหรือว่ายผลัดผสมการว่ายแบบฟรีสไตส์หมายถึงการว่ายแบบใดก็ได้ ต้องนอกเหนือไปจากการว่ายแบบกรรเชียง การว่ายแบบกบหรือการว่ายแบบผีเสื้อ

         ข้อ 5.2 การกลับตัวและการเข้าเส้นชัยของนักว่ายน้ำจะต้องใช้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสผนังสระก็ได้

ข้อ 5.3 ส่วนใดส่วนหนึ่ง ของร่างกายจะต้องโผล่พ้นผิวน้ำ ตลอดระยะทาง ที่ทำการแข่งขันยกเว้นจะอนุญาตให้นักว่ายน้ำดำอยู่ใต้น้ำได้ในระหว่างการออกตัวและการกลับตัว และระยะทางต้องไม่เกิน 15 เมตร หลังจากออกตัวและการกลับตัวแต่ละครั้ง โดยนับจากจุดที่ศรีษะโผล่พ้นผิวน้ำ

ข้อ 6 การว่ายแบบกรรเชียง (BACKSTROKE)

         ข้อ 6.1 ก่อนที่จะมีสัญญาณปล่อยตัวนักว่ายน้ำจะต้องลงไปอยู่ในน้ำเป็นแนวเดียวกันโดยหันหน้าเข้าหาปลายแท่นกระโดดมือทั้งสองข้างจับที่ยึดของแท่นกระโดดห้ามไม่ให้ห้ามไม่ให้เหยียบใน หรือ บนรางน้ำ หรือนิ้วเท้าเกี่ยวเกาะบนขอบของรางน้ำ

        ข้อ 6.2 เมื่อให้สัญญาณการปล่อยตัวและหลังจากการกลับตัว นักว่ายน้ำจะถีบตัวออก และว่ายในลักษณะนอนหงายตลอดระยะทางที่ทำการแข่งขัน ยกเว้นในขณะที่ทำการกลับตัวให้เป็นไปตามกติกาข้อ 6.4 ตามปกติของการนอนหงายยังจะรวมไปถึงการเคลื่อนไหวโดยการกลิ้งของลำตัวขึ้นมา แต่ลำตัวต้องพลิกไม่เกิน 90 องศาจากแนวนอน ส่วนตำแหน่งของศีรษะไม่ได้กำหนดไว้

        ข้อ 6.3 ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายนักว่ายน้ำ จะต้องโผล่พ้นผิวน้ำตลอดระยะทาง ที่ทำการแข่งขันอนุญาตให้นักว่ายน้ำดำอยู่ใต้น้ำระหว่างการกลับตัวขณะเข้าเส้นชัยระยะทางต้องไม่เกิน 15 เมตร หลังจากออกตัว และการกลับตัวแต่ละครั้ง โดยนับจากจุดที่ศีรษะโผล่พ้นผิวน้ำ

        ข้อ 6.4 เมื่อมีการกลับตัวนักว่ายน้ำจะต้องแตะผนังสระด้วยส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายระหว่างกลับตัวหัวไหล่อาจจะหมุนพลิกม้วนไปเป็นแนวตั้งฉากกับอก ภายหลังจากการดึงแขนเดียวหรือดึงแขนสองข้างพร้อมกันอย่างต่อเนื่องนักว่ายน้ำต้องออกจากผนังสระในท่านอนหงายปกติของแบบกรรเชียง

       ข้อ 6.5 ขณะเข้าเส้นชัยการแข่งขันนักว่ายน้ำต้องอยู่ในลักษณะนอนหงายจนกว่าจะแตะผนังสระ

ข้อ 7 การว่ายแบบกบ (BREASTSTROKE)

         ข้อ 7.1 จากการเริ่มต้นโดยการใช้แขนจังหวะแรกหลังจากการออกตัว และหลังจากการกลับตัวทุก ครั้งตลอดการแข่งขันลักษณะของลำตัวจะอยู่ในท่าคว่ำไม่อนุญาตให้นอนหงายการว่าย 1 รอบแขนคือใช้แขนได้ 1 ครั้งและเตะขาได้ 1 ครั้ง

         ข้อ 7.2 ตลอดเวลาการเคลื่อนไหวของแขนทั้งสองจะต้องทำพร้อมๆกันและอยู่ในระดับเดียว กันแขนทั้งสองจะไม่มีการเคลื่อนสลับกันขึ้นลง

         ข้อ 7.3 มือทั้งสองจะต้องพุ่งไปข้างหน้าพร้อม ๆ กันจากหน้าอกใต้น้ำหรือเหนือน้ำโดยที่ข้อศอก ต้องอยู่ใต้ผิวน้ำ ยกเว้นสำหรับช่วงสุดท้ายก่อนการกลับตัวระหว่างการกลับตัวจังหวะสุดท้ายขณะเข้าเส้นชัยส่วนการดึงกลับไปข้างหลังมือทั้งสองต้องอยู่ใต้ผิวน้ำมือทั้งสองข้างต้องไม่ดึงกลับหลังและเลยแนวของสะโพกไปยกเว้นระหว่างภายหลังจากการเริ่มต้นการใช้แขนจังหวะแรกและการกลับตัวแต่ละครั้ง

        ข้อ 7.4 ในระหว่างการว่ายทุกๆ รอบแขน บางส่วนของร่างกาย เช่น ศีรษะจะต้องโผล่พ้นผิวน้ำ หลังจากการออกตัว และหลังจากการกลับตัวทุกครั้งนักว่ายน้ำจะใช้แขน 1 ครั้งโดยผลักแขนมาด้านหลังเลยไปถึงขา ส่วนที่กว้างที่สุดของการว่ายน้ำในจังหวะที่สอง อนุญาตให้เตะขาผีเสื้อได้ 1 ครั้งตามด้วยการเตะขากบ ซึ่งต้องทำในขณะที่ตัวจมอยู่ในน้ำ ตามด้วยการเคลื่อนไหวของขาทั้งสองข้าง จะต้องกระทำพร้อมกันและอยู่ในแนวนอนระดับเดียวกัน โดยปราศจากการเคลื่อนไหวสลับกัน

       ข้อ 7.5 ในส่วนของการเตะขา เท้าทั้งสองจะต้องดึงกลับแล้วถีบออกด้านนอกในลักษณะเคลื่อนไปด้านหลังไม่อนุญาตให้เตะขาไขว้แบบกรรไกรแบบสลับขึ้น ลง หรือ เตะขาผีเสื้อ ยกเว้นข้อ 7.4 ยอมให้เท้าทั้งสองอยู่เหนือผิวน้ำได้ เพียงแต่ต้องไม่เตะขาผีเสื้อลง

       ข้อ 7.6 ในการกลับตัวแต่ละครั้ง และการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน การแตะขอบสระจะต้องทำด้วยมือทั้งสองข้างอย่างพร้อมกันจะอยู่เหนือหรือใต้ระดับผิวน้ำก็ได้ศีรษะอาจจะจมน้ำหลังจากดึงแขนจังหวะสุดท้ายก่อนจะแตะขอบสระและให้ศีรษะสัมผัสผิวน้ำในบางจุดระหว่างการว่ายจังหวะสุดท้ายที่ครบรอบสมบูรณ์หรือไม่ครบรอบก่อนที่จะแตะขอบสระ

ข้อ 8 การว่ายแบบผีเสื้อ (BUTTERFLY)

        ข้อ 8.1 ลำตัวให้อยู่ในลักษณะท่านอนคว่ำตั้งแต่การเริ่มต้นใช้แขนจังหวะแรกหลังจากการออกตัวและหลังจากการกลับตัวทุกๆ ครั้ง อนุญาตให้เตะขาใต้น้ำแบบด้านข้างได้ แต่ไม่อนุญาตให้กลิ้งลำตัวไปสู่การนอนหงาย

        ข้อ 8.2 แขนทั้งสองจะยกไปด้านหน้าพร้อมกันเหนือน้ำและดึงแขนกลับมาด้านหลังอย่างพร้อมกันตลอดการแข่งขัน ตามกติกาข้อ 8.5

        ข้อ 8.3 การเคลื่อนไหวขึ้น และลง ของขาทั้งสองจะต้องทำลักษณะพร้อม ๆ กันตำแหน่งของขาหรือเท้า ไม่จำเป็นต้องอยู่ในระดับที่เท่ากัน แต่จะไม่มีการเตะขาสลับกัน ไม่อนุญาตให้มีการเคลื่อนไหวด้วยการถีบขากบ

        ข้อ 8.4 ในการกลับตัวแต่ละครั้ง และการเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน การแตะขอบสระ จะต้องทำด้วยมือทั้งสองข้างอย่างพร้อมกัน จะอยู่เหนือหรือใต้ระดับผิวน้ำก็ได้

        ข้อ 8.5 การเริ่มต้น และการกลับตัวอนุญาตให้นักว่ายน้ำเตะขาหนึ่งครั้งหรือมากกว่า และดึงแขนใต้น้ำได้ 1ครั้งต้องนำตัวเองขึ้นสู่ผิวน้ำ จะอนุญาตให้นักว่ายน้ำอยู่ใต้น้ำอย่างเต็มที่ได้ในระยะ ทางไม่เกิน 15 เมตร หลังจากการปล่อยตัว และหลังจากการกลับตัวแต่ละครั้ง โดยนับจากจุด ที่ศีรษะจะต้องโผล่พ้นผิวน้ำ นักว่ายน้ำจะต้องว่ายอยู่บนผิวน้ำในระยะทางที่เหลือจนกว่าจะกลับตัวครั้งต่อไปหรือเข้าเส้นชัย

ข้อ 9 การว่ายแบบผลัดผสม (MEDLEY SWIMMING)

        ข้อ 9.1 ในรายการว่ายน้ำแบบเดี่ยวผสม นักว่ายน้ำแต่ละคน จะต้องว่ายให้ครบทั้ง 4 แบบ ตาม ลำดับดังนี้ แบบผีเสื้อ แบบกรรเชียง แบบกบ และแบบฟรีสไตล์

       ข้อ 9.2 ในรายการว่ายแบบผลัดผสม นักว่ายน้ำทั้งทีมจะต้องว่ายให้ครบทั้ง 4 แบบ ตามลำดับดังนี้ แบบกรรเชียง แบบกบ แบบผีเสื้อ และแบบฟรีสไตล์

       ข้อ 9.3 ในการว่ายแต่ละแบบการว่ายจะต้องปฏิบัติตามกติกาว่ายน้ำของแต่ละแบบท่าว่าย

ข้อ10 การแข่งขัน (THE RACE)

       ข้อ 10.1 นักว่ายน้ำจะต้องว่ายไปตลอดระยะทางด้วยตนเองจนครบระยะทางการแข่งขันจึงจะถือว่าถูกต้องตามกติกา

       ข้อ 10.2 นักว่ายน้ำจะต้องเข้าเส้นชัยในลู่ว่ายของตนซึ่งเป็นลู่ว่ายเดียวกันกับที่เริ่มต้นทำการแข่งขัน

       ข้อ 10.3 นักว่ายน้ำเมื่อทำการกลับตัวจะต้องให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายสัมผัสกับขอบสระการกลับตัวจะต้องทำจากพนังขอบสระ และไม่อนุญาตให้มีการเดิน หรือก้าวเดินออกจากพื้นสระ

       ข้อ10.4 การยืนยันพื้นสระระหว่างทำการแข่งขันท่าฟรีสไตล์หรือระหว่างการว่ายในส่วนฟรีสไตล์ ของรายการว่ายแบบผสม นักว่ายน้ำ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์ แต่จะต้องไม่มีการเดินบนพื้นสระ

       ข้อ 10.5 ไม่อนุญาตให้มีการดึงลู่ว่าย

       ข้อ 10.6 การกีดขวางนักว่ายน้ำคนอื่นโดยการว่ายเข้าไปในลู่ว่ายอื่นหรือมีการบกวนอื่นๆ จะถูกตัดสิทธิ์ฐานละเมิดทำผิดกติกาโดยเจตนา ผู้ชี้ขาดจะรายงานการกระทำนั้นๆต่อคณะกรรมการจัดการแข่งขัน และต่อสโมสรต้นสังกัดของนักว่ายน้ำที่กระทำผิด

       ข้อ 10.7 ไม่อนุญาตให้นักว่ายน้ำใช้ หรือสวมใส่อุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะช่วยให้นักว่ายน้ำว่ายได้เร็วขึ้นทำให้ตัวลอยขึ้น หรือทำให้มีความทนทานขึ้นในระหว่างการแข่งขัน (ตัวอย่างเช่นถุงมือที่มีพังพืดระหว่างนิ้ว แผ่นดึงมือ ตีนกบ ฯลฯ) ให้สวมใส่ แว่นว่ายน้ำได้

       ข้อ 10.8 ห้ามนักว่ายน้ำคนใดที่ไม่ได้เข้าแข่งขันลงไปอยู่ในน้ำ ขณะที่กำลังทำการแข่งขันยังไม่

เสร็จสมบูรณ์หากผู้ใดฝ่าผืนจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ทำการแข่งขันในรายการที่เหลือของตนเองทั้งหมด

       ข้อ 10.9 การแข่งขันประเภททีมว่ายผลัดจะต้องมีผู้เข้าแข่งขันทีมละ 4 คน

       ข้อ 10.10 ในการแข่งขันว่าผลัดนักว่ายน้ำของทีมใดเท้าหลุดจากแท่นออกตัวก่อนที่เพื่อนร่วมทีม จะว่ายเข้ามาแตะผนังขอบสระ จะถูกตัดสิทธิ์

       ข้อ 10.11 ทีมว่ายผลัดที่ผู้ว่ายในทีมลงไปในสระ ขณะที่การแข่งขันกำลังดำเนินอยู่ก่อน ที่ผู้เข้าแข่งขันทุกทีมจะเข้าเส้นชัยเรียบร้อยแล้วจะถูกตัดสิทธิ์ให้แพ้ฟาวล์ในการแข่งขันครั้งนั้นๆ

       ข้อ 10.12 ต้องมีการส่งรายชื่อในทีมว่ายผลัด และลำดับของนักว่ายน้ำก่อนการแข่งขันผู้เข้าแข่งขันในทีมว่ายผลัดทุกทีมจะสามารถลงทำการแข่งขันได้เพียงครั้งเดียว การว่ายผลัดอาจมีการเปลี่ยนตัว และลำดับระหว่างการว่ายในรอบคัดเลือกและในรอบชิงชนะเลิศของรายการแข่งขันนั้นๆได้ทั้งนี้จะต้องมีราย ชื่อของนักว่ายน้ำอยู่ในรายการนั้น ข้อผิดพลาดในการส่งรายชื่อว่ายจะทำให้ถูกตัดสิทธิ์การสับเปลี่ยนตัว อาจจะทำได้เพียงอย่างเดียวคือ มีเอกสารกรณีฉุกเฉินในการแพทย์

      ข้อ 10.13 ผู้เข้าแข่งขันว่ายผลัดคนใดที่เสร็จสิ้นการว่ายในระยะทางแข่งขันจะต้องขึ้นจากสระทันที ทันใดเท่าที่จะเป็นได้ โดยต้องไม่กีดขวางผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ที่ยังว่ายไม่เสร็จสิ้น มิฉะนั้นจะถือว่าผู้เข้าแข่งขันคนนั้นหรือทีมนั้นกระทำผิดและจะถูกตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขัน

      ข้อ 10.14 ควรให้โอกาสแก่ผู้เข้าแข่งขัน ที่ถูกทำฟาวล์ จนทำให้การแข่งขันนั้นเกิดการเสียสิทธิ์ขึ้น ผู้ตัดสินชี้ขาดมีอำนาจในการอนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันคนนั้น แข่งขันใหม่ในรายการต่อไป หรือถ้าเป็นการทำผิดกติกา

      ข้อ 10.15 จะไม่อนุญาตให้ใช้สิ่งที่บอกความเร็ว ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ใดๆ หรือการวางแผน ซึ่งอาจจะมีผลต่อการแข่งขันได้

ข้อ11 การจับเวลา (TIMING)

         ข้อ 11.1 การใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ จะต้องอยู่ภายใต้การควบคุม ของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งเท่านั้น เวลาที่ได้มาจากอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ จะถูกนำมาใช้พิจารณาตัดสินหาผู้ชนะรวมทั้งการจัดลำดับ และเวลาของแต่ละลู่ด้วย ลำดับที่และเวลาที่ได้มาจากอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ จะนำมาใช้ในการพิจารณาตัดสินเป็นหลักก่อน เหนือกว่าผู้จับเวลาในรายการ ที่อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติปรากฏว่าเกิดขัดข้องหรือมีการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอุปกรณ์จับเวลามีความผิดพลาดความคลาดในการจับเวลาของนักว่ายน้ำ ก็จะนำผลเวลาที่บันทึกไว้จากผู้จับเวลามาพิจารณาให้ถือว่าเป็นเวลาทางการ (กติกา ข้อ 13.3)

         ข้อ 11.2 เมื่อใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติการบันทึกผลจะใช้เป็น 1/100 วินาที เท่านั้น หากมีการบันทึกเวลาเป็น 1/1000 วินาที จะไม่นำเอาทศนิยมตัวที่ 3 มาบันทึกหรือใช้ในการตัดสินเวลาหรือใช้ในการจัดลำดับที่ในรายการที่มีเวลาเท่ากันนักว่ายน้ำที่มีการบันทึกเวลาที่เวลาเท่ากัน 1/100 วินาที จะถูกจัดให้ได้ลำดับที่เท่ากัน ส่วนเวลาที่แสดงบนกระดานอิเล็กทรอนิกส์จะแสดงเวลา 1/100 วินาที เท่านั้น

         ข้อ 11.3 การจับเวลาที่ใช้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จับเวลาจะต้องมีการตรวจสอบนาฬิกาจับเวลา ว่าถูกต้อง เสียก่อนซึ่งการจับเวลาด้วยนาฬิกามือ จะต้องใช้ผู้จับเวลา 3 คน ที่ได้รับแต่งตั้ง หรือมีการรับรองจากคณะ กรรมการในประเทศนั้นๆ นาฬิกาจับเวลาทุกเรือน จะถูกทดสอบความเที่ยงตรง จนเป็นที่พอใจ จากคณะ กรรมการชุดดังกล่าว การจับเวลาโดยกรรมการจะต้องมีการบันทึกเวลาโดยใช้ทศนิยม 2 ตำแหน่งของเศษวินาที ดังนั้นกรณีที่ไม่มีการใช้อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ เวลาที่ได้ จากกรรมการจับเวลาอย่างเป็นทาง การ จะมีหลักการพิจารณาดังต่อไปนี้

                     ข้อ 11.3.1 ถ้านาฬิกาจับเวลาสองเรือนในสามเรือน เวลาเท่ากันและนาฬิกาเรือนที่สาม เวลาแตกต่างออกไป จะใช้เวลาจากนาฬิกาสองเรือนที่เท่ากันเป็นเวลาทางการ

                     ข้อ 11.3.2 ถ้านาฬิกาจับเวลาสามเรือนมีเวลาแตกต่างกันออกไปจะใช้เวลาจากนาฬิกาเรือนที่มีเวลาระหว่างกลาง เป็นเวลาทางการ

                     ข้อ 11.3.3 กรณีที่มีนาฬิกาสองเรือน(2) ทำงานจากนาฬิกาสาม เรือน(3) จะใช้ค่า เฉลี่ย เป็นเวลาทางการ

        ข้อ 11.4 หากนักว่ายน้ำได้กระทำผิดกติกา ในระหว่าง หรือกำลังจะทำการแข่งขัน เช่นนี้จะต้อง

บันทึกเหตุ ที่มีการตัดสิทธิ์ ในใบรายงานผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ แต่จะต้องไม่มีการบันทึกเวลาหรือลำดับที่หรือประกาศให้ทราบ

        ข้อ 11.5 ในกรณีของทีมว่ายผลัดที่ถูกตัดสิทธิ์ให้ออกจากการแข่งขัน ต้องมีการบันทึกเวลาที่เป็นทางการให้กับทีมว่ายผลัดที่ถูกตัดสิทธิ์ด้วย

        ข้อ 11.6 จะต้องบันทึกผลการว่ายในระยะทาง 50 เมตร และ 100 เมตร สำหรับนักว่ายน้ำคนแรกในการว่ายทีมผลัดและประกาศในผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

ข้อ 12 สถิติโลก (WORLD RECORDS)

          ข้อ 12.1 สำหรับการบันทึกสถิติโลกในสระที่มีความยาว 50 เมตร จะจำแนกตามระยะทางและท่าว่าย ทั้งชายและหญิง ดังต่อไปนี้

                        แบบฟรีสไตล์ 50,100,200,400,800, และ 1,500 เมตร

                        แบบกรรเชียง 50,100, และ 200 เมตร

                        แบบกบ 50,100 และ 200 เมตร

                   แบบผีเสื้อ 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบเดี่ยวผสม 200 และ 400 เมตร

                        แบบผลัดฟรีสไตล์ 4X100 และ 4X200 เมตร

                        แบบผลัดผสม 4X100 เมตร

          ข้อ 12.2 สำหรับการบันทึกสถิติโลกในสระที่มีความยาว 25 เมตร จะจำแนกตามระยะทาง และท่าว่าย ทั้งชายและหญิง ดังต่อไปนี้

                        แบบฟรีสไตล์ 50,100,200,400,800 และ 1,500 เมตร

                        แบบกรรเชียง 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบกบ 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบผีเสื้อ 50,100 และ 200 เมตร

                        แบบเดี่ยวผสม 200 และ 400 เมตร

                        แบบผลัดฟรีสไตล์ 4X100 และ 4X200 เมตร

                        แบบผลัดผสม 4X100 เมตร

          ข้อ 12.3 ผู้เข้าแข่งขันในทีมว่ายผลัด จะต้องเป็นสัญชาติเดียวกัน

          ข้อ 12.4 ในการรับรองสถิติทุกครั้ง จะต้องทำในการแข่งขัน หรือมีบุคคลใดขอจับเวลาโดยไม่มีคู่ แข่งขันก็ได้ โดยจัดในที่สาธารณะ และประกาศต่อสาธารณชนให้ทราบโดยโฆษณาผ่านสื่อมวลชนไม่น้อยกว่าสามวันก่อนที่จะทำการจับเวลาในรายการของบุคคลที่ขอจับเวลานั้นจะต้องได้รับความเห็นชอบ โดยสมาชิกเสียก่อน เช่นเดียวกับผลการทดสอบเวลาในระหว่างการแข่งขัน ต้องมีการโฆษณาผ่านสื่อ มวลชนไม่น้อยกว่าสาม (3) วันก่อนที่จะมีทำการจับเวลาต่อไปหรือไม่ทำก็ตาม

          ข้อ 12.5 อุปกรณ์สนาม ลู่ว่าย

                       ข้อ 12.5.1 ความยาวของลู่ว่ายแต่ละลู่ต้องได้การรับรองจากผู้ตรวจสอบหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการหรือมีการรับรองโดยสมาชิกของกลุ่มประเทศที่จัดการแข่งขัน

                       ข้อ 12.5.2 เมื่อมีการใช้อุปกรณ์กั้นกลางสระแบบเคลื่อนที่จะต้องมีการวัดระยะทางของแต่ละลู่ให้ถูกต้องและให้ที่ประชุมรับรองผลสรุปการตรวจวัดให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ดำเนินการแข่งขัน

         ข้อ 12.6 สถิติโลกจะยอมรับเวลาที่ได้จากรายการจับเวลาด้วยอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติหรือกึ่ง อัตโนมัติ ในกรณีที่อุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์

         ข้อ 12.7 เวลาที่จับได้ซึ่งเท่ากันจาก 1/100 ของวินาที จะถูกพิจารณาให้มีสถิติเท่ากันและนักว่ายน้ำจะได้รับเวลาที่เท่ากัน จะถือว่า “เป็นผู้ชนะร่วมกัน” เวลาของผู้ชนะจากการแข่งขันจะได้รับการยอมรับเป็นสถิติโลกในรายการที่มีสถิติเท่ากันหลายคนจากการแข่งขัน นักว่ายน้ำแต่ละคนจะได้รับการพิจารณาเป็นผู้ชนะเช่นเดียวกัน

         ข้อ 12.8 นักว่ายน้ำคนแรกในการว่ายผลัดสามารถร้องขอการทำสถิติโลกได้โดยนักว่ายน้ำคนแรกในการว่ายทีมผลัดจะต้องว่ายในระยะทางของตนเองให้ครบการบันทึกเวลาจะเป็นไปตามที่ร้องขอเฉพาะในส่วนของนักว่ายน้ำคนแรกเท่านั้น การว่ายของนักว่ายน้ำคนแรก จะไม่เป็นโมฆะหากภายหลังมีนักว่ายน้ำคนหนึ่งคนใดในทีมว่ายผลัด ได้ปรากฏว่ามีการฝ่าฝืนกติกา หลังจากการที่นักว่ายน้ำคนแรก ว่ายในระยะ ทางของตนเองครบ

         ข้อ 12.9 นักว่ายน้ำที่เข้าแข่งขันในประเภทบุคคลสามารถร้องขอการทำสถิติโลกในระยะทางที่เขาจะว่าย ถ้าตัวนักว่ายน้ำ หรือผู้ฝึกสอนหรือผู้จัดการทีม ได้มีการร้องขอต่อผู้ชี้ขาด เป็นกรณีพิเศษ โดย เฉพาะอย่างยิ่งถ้านักว่ายน้ำที่มีความสามารถจะทำเวลาได้ดีหรือถ้าสามารถทำเวลาได้ในขณะทำการแข่งขัน โดยใช้การจับเวลาด้วยอุปกรณ์จับเวลาแบบอัตโนมัติ โดยที่นักว่ายน้ำจะต้องว่ายให้ครบระยะทางที่กำหนดอย่างสมบูรณ์ในรายการแข่งขันที่มีการร้องขอการบันทึกเวลาในระยะทางนั้น

        ข้อ 12.10 การยื่นคำร้องสำหรับขอทำสถิติโลกจะต้องทำการกรอกแบบคำร้องอย่างเป็นทางการของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ (ดูในตัวอย่าง)โดยเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบขององค์กรหรือคณะกรรมการจัด การแข่งขัน และลงนามรับรองโดยผู้แทนที่รับการมอบอำนาจจากผู้แทน ของประเทศนักว่ายน้ำผู้นั้น การรับ รองให้ปฏิบัติเป็นไปตามกฎข้อบังคับรวมทั้งการรับรองผลของการตรวจสารกระตุ้นที่เป็นลบ (กติกา DC 5.3.2) ใบคำร้องจะต้องส่งมายังเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติภายใน 14 วันหลังจากแข่งขัน

        ข้อ 12.11 การยืนยันผลการทำสถิติโลกจะต้องรายงานผลทางโทรเลขโทรสารหรือสำเนาผลการแข่งขันมายังเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ภายใน 7 วันหลังจากที่มีทำสถิติเสร็จสิ้นแล้ว

        ข้อ 12.12 ถ้ามีความจำเป็นผู้แทนของประเทศที่นักว่ายน้ำมีการทำสถิติโลกสังกัดอยู่ จะต้องรายงานการแข่งขันโดยจดหมายถึงเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติเกี่ยวกับรายละเอียด และการแข่งขันที่เกิด ขึ้น เพื่อเป็นการยืนยันว่าการรายงานของเจ้าหน้าที่เป็นความจริงตามที่เสนอโดยให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามรับรองให้เขียนใบคำร้องอย่างเป็นทางการส่งมาให้พิจารณาตามขั้นตอนโดยให้ผู้ที่มีอำนาจลงนามรับรอง

        ข้อ 12.13 หลังจากที่ได้รับเอกสารอย่างเป็นทางการได้มีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดในใบคำร้องจนเป็นที่พอใจ รวมถึงการรับทราบผลการตรวจสารกระตุ้น ว่าเป็นลบเพื่อให้เกิดความถูกต้องชัดเจน เลขาธิการ สหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจึงจะแถลงข่าวรับรองเป็นสถิติโลกใหม่โดยมีพิมพ์โฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ทราบและออกใบประกาศนียบัตรรับรองสถิติให้กับนักว่ายน้ำผู้นั้น

       ข้อ 12.14 สถิติทั้งหมดที่ทำระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก (Olympic Games) การแข่งขันชิงแชมป์โลก (World Championships) และการแข่งขันชิงถ้วยเกียรติยศของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ จะถูกรับรองโดยอัตโนมัติ

       ข้อ 12.15 ถ้าไม่สามารถทำตามขั้นตอนตามกติกาข้อ 12.9 ผู้แทนของประเทศที่นักว่ายน้ำนั้น ๆ สามารถร้องเรียนให้รับรองสถิติโลก และชี้แจงสาเหตุที่ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอน ภายหลังที่มีตรวจสอบพบข้อร้องเรียนเป็นความจริงมีเหตุผลที่เหมาะสมเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจะเป็นผู้มีอำนาจในการรับรองสถิตินั้น

       ข้อ 12.16 ถ้าการขอรับรองสถิติโลกได้การรับการยอมรับ จากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจากสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติจะออกประกาศนียบัตรซึ่งลงนามโดยประธาน และเลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ โดยจะส่งไปยังเลขาธิการสมาคมว่ายน้ำของประเทศนักว่ายน้ำผู้นั้นเพื่อที่จะได้ทำการมอบให้นักว่ายน้ำผู้นั้น เพื่อเป็นการแสดงความยินดีในความสามารถของเขา สำหรับประกาศนียบัตรในประเภททีมว่ายผลัด กำหนดแจกไว้เพียง ห้าคน ในการทำสถิติโลก ใบประกาศนียบัตรนี้ให้ไว้เฉพาะแก่นักว่ายน้ำเท่านั้น

แบบฟอร์มการขอทำสถิติโลก

                        1. แบบท่าว่าย (ฟรีสไตล์ กรรเชียง ผีเสื้อ กบ หรือ เดี่ยวผสม)

                        2. ระยะทางการแข่งขัน

                        3. ขนาดของสระว่ายน้ำ (1 เที่ยว ) 25 เมตร 50 เมตร

                        4. ชื่อนักว่ายน้ำ และชื่อประเทศ

                        5. รายชื่อทีมว่ายผลัด ตามลำดับการแข่งขัน 1………………………………..

                        2………………………………..

                        3………………………………..

                        6. วันที่ ในการแข่งขัน

                        7. เวลา ขณะที่แข่งขัน

                        8. บริษัท ที่เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องจับเวลา อัตโนมัติ

                        9. ชื่อเมือง ที่จัดการแข่งขัน และชื่อสระว่ายน้ำที่ใช้ในการแข่งขัน

                       10. ชื่อขององค์กรที่รับรองในการแข่งขัน

                       11. ผู้ตรวจสอบในการวัดความยาวของสระว่ายน้ำ

                       12. สภาพของน้ำ ความใส อุณหภูมิ ในสระที่แข่งขัน

                       13. สระว่ายน้ำ กลางแจ้ง หรือ ในร่ม

                       14. มีการตรวจสารกระตุ้น ภายใน 24 ชั่วโมง หลังจากการแข่งขัน หรือไม่

                             – สถานที่ตรวจสารกระตุ้น……………………….

                             – ชื่อผู้ทำการตรวจ………………………………..

                      15. ข้อคิดเห็นในการประชุมเกี่ยวกับข้อบังคับของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาขาติ

                            – ชื่อผู้ชี้ขาด………………………

                            – ลายเซ็นผู้ชี้ขาด………………..

                            หลักฐานทั้งหมดจะต้องส่งไปยัง เลขาธิการสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ เป็นไปตาม กติกาข้อ 12

           หมายเหตุ การตรวจสอบในแบบฟอร์ม การขำทำสถิติโลก และใบรับรองผลการตรวจสารกระตุ้นที่เป็นลบ จะต้องมีคู่กัน ตามกติกา ข้อ 12.9 และ DC 5.3.2

ข้อ 13 การทำงานของอุปกรณ์แบบอัตโนมัติ (AUTOMATIC OFFICLATING PROCEDURE)

          ข้อ 13.1 เมื่อมีการใช้อุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ (FR 4) ไม่ว่าการแข่งขันใด ๆ ก็ตาม การพิจารณาลำดับที่ และเวลา และการกระโดดในการว่ายผลัด จะให้ความสำคัญของผลการแข่งขัน ที่ได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติมากกว่าผลของผู้จับเวลา

          ข้อ 13.2 เมื่ออุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติเกิดขัดข้องในการบันทึกลำดับที่และหรือ เวลา ของนักว่ายน้ำหนึ่งคนหรือมากกว่า ให้กระทำดังต่อไปนี้

                       ข้อ 13.2.1 ให้นำผลบันทึกจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ ที่เกี่ยวกับเวลาว่ายและลำดับที่ในการว่าย เท่าที่มีอยู่ทั้งหมดมาพิจารณา

                       ข้อ 13.2.2 ให้นำผลจากผู้จับเวลา และผลลำดับที่จากกรรมการเส้นชัยทั้งหมด มาพิจารณา

                       ข้อ 13.2.3 ลำดับการพิจารณาอย่างเป็นทางการ เท่าที่จะทำได้ให้เป็นไปตามนี้

                       ข้อ 13.2.3.1 ให้คงเวลา และลำดับที่ของนักว่ายน้ำที่สามารถจับได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับนักว่ายน้ำคนอื่น ๆ ที่มีเวลาและลำดับที่ได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ ในการแข่งขันรายการเดียวกัน

                       ข้อ 13.2.3.2 นักว่ายน้ำที่ไม่มีลำดับที่จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ แต่มีเวลาจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ จะพิจารณาจากข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกัน โดยมีการเปรียบเทียบเวลาจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติของเขากับเวลาของนักว่ายน้ำคนอื่น ๆ จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ

                      ข้อ 13.2.3.3 นักว่ายน้ำที่ไม่มีทั้งลำดับที่ และเวลา จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติ จะพิจารณาจากข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกันของเขาโดยพิจารณาจากบันทึกเวลาของอุปกรณ์จับเวลากึ่งอัตโนมัติ หรือจากนาฬิกาจับเวลาระบบตัวเลข 3 เรือน

      ข้อ 13.3 เวลาอย่างเป็นทาง จะพิจารณาตามลำดับดังต่อไปนี้

                      ข้อ 13.3.1 เวลาที่ได้จากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติให้ถือว่าเวลาที่ได้นั้นเป็นเวลาอย่างเป็นทางการของนักว่ายน้ำทุกคน

                      ข้อ 13.3.2 กรณีที่ไม่มีเวลาจากอุปกรณ์จับเวลาอัตโนมัติจะใช้เวลาจากนาฬิกาจับเวลาตัวเลข3 เรือน หรือใช้เวลาจากอุปกรณ์จับเวลากึ่งอัตโนมัติเป็นเวลาอย่างเป็นทางการของนักว่ายน้ำทุกคน

        ข้อ 13.4 การพิจารณาลำดับที่ ของการแข่งขันในรอบคัดเลือกที่มีหลายชุดเสร็จสิ้นแล้วนำผลมารวมกัน ให้ปฏิบัติตามดังต่อไปนี้

                      ข้อ 13.4.1 นำข้อมูลของนักว่ายน้ำทุกคนมาพิจารณาโดยการนำเวลาอย่างเป็นทางการมาเปรียบเทียบกัน

                      ข้อ 13.4.2 ถ้านักว่ายน้ำมีเวลาอย่างเป็นทางการซึ่งเท่ากัน หนึ่งคนหรือมากกว่านักว่ายน้ำเหล่านี้ จะมีเวลาและลำดับที่เท่ากัน เมื่อเสร็จสิ้นในรายการแข่งขันนั้น ๆ


                [1] งานพัฒนาวิชาการและสื่อการสอน, กอง. (2550). กติกาว่ายน้ำ. กรุงเทพฯ : ฝ่ายพัฒนาบุคลากรกีฬาและการทะเบียน การกีฬาแห่งประเทศ

About these ads